ปคบ. จับบริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียงฯ หลอกขายถุงมือยาง เหยื่อสูญเงิน 184 ล้าน

 

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน 64 ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. พร้อมด้วย พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เชษฐ์พันธ์ กิติเจริญศักดิ์ ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ท.ไกรวิศท์ แสนทวีสุข รอง ผกก.1 บก.ปคบ. พ.ต.ท.เจตนิพัทธ์ ศิริวัฒน์ สว.กก.1 บก.ป. ร่วมกันจับกุมนายเอ นามสมมติ อายุ 50 ปี กรรมการผู้มีอำนาจของบริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียง จํากัด ในข้อหาความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นําเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือน หรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและเผยแพร่หรือส่งต่อซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์โดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลอันเป็นข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ” จับกุมได้ที่ ถนนรัชดาภิเษก แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 14.30 น.
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก บริษัทของผู้เสียหาย ซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ไมอามีบีช, รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ติดต่อซื้อถุงมือยางสังเคราะห์ (Nitrile Glove) แบบไม่มีแป้ง จำนวน 2 ล้านกล่อง จากบริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียง จํากัด เพื่อนำมาจำหน่ายต่อในประเทศสหรัฐอเมริกา
ต่อมาบริษัทผู้เสียหาย และบริษัทผู้ต้องหาได้ตกลงทำสัญญาซื้อขายถุงมือยางสังเคราะห์ (Nitrile Glove) แบบไม่มีแป้ง จำนวน 2 ล้านกล่อง กล่องละ 100 ชิ้น รวม 200 ล้านชิ้น เป็นเงิน 15,500,000 ดอลลาร์สหรัฐ แบ่งชำระ 12 งวด โดยให้ชำระค่ามัดจำ 40 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นเงิน 6,200,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 184 ล้านบาท ภายใน 3 วัน หลังจากทำสัญญา ส่วนที่เหลือแบ่งจ่าย พร้อมทยอยส่งมอบสินค้า จนกว่าจะครบ 12 งวด งวดแรก 9 มกราคม 2564 – งวดสุดท้าย 21 มีนาคม 2564 และบริษัทผู้เสียหาย ได้มีการติดต่อขอเข้าตรวจสอบโรงงานและคลังเก็บสินค้าของบริษัทผู้ต้องหา แต่ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่าอยู่ในสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ไม่สะดวกที่จะให้เข้าชมโรงงานและคลังเก็บสินค้าแต่อย่างใด

กระทั่งวันที่ 16 ธันวาคม 2563 บริษัทผู้เสียหาย ได้โอนเงินมัดจำถุงมือยางดังกล่าว จำนวน 6,200,000 ดอลลาร์สหรัฐ เข้าบัญชีธนาคารบริษัทของผู้ต้องหาตามสัญญา 6,200,000 ดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็นเงินไทย ประมาณ 184,759,900 บาท และเมื่อถึงกำหนดนัดรับสินค้า ผู้เสียหายได้ไปติดต่อรับสินค้างวดแรก ที่คลังสินค้า ต.หนองเหียง อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี แต่ปรากฏว่า บริษัทผู้ต้องหาไม่มีสินค้าส่งมอบให้ตามสัญญา โดยอ้างว่าสินค้าผลิตไม่ได้มาตรฐาน ประกอบกับพื้นที่บางส่วนในประเทศไทย ถูกสั่งล็อคดาวน์เพราะสถานการณ์โควิด-19 และต่อมาได้เสนอจะส่งมอบสินค้าให้เพียง 2,000 กล่องเท่านั้น จากที่ตกลงส่งมอบถุงมือยางกันในงวดแรก 1 จำนวน 100,000 กล่อง ผู้เสียหายจึงปฏิเสธ และพยายามติดตามทวงถามเรียกให้คืนเงินมัดจำเรื่อยมา แต่ได้รับการปฏิเสธ และไม่ได้รับเงินคืนแต่อย่างใด
ต่อมาเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2564 บริษัทผู้เสียหาย ได้ส่งตัวแทนไปตรวจสอบที่ตั้งสำนักงานบริษัทของผู้ต้องหา ในพื้นที่ ต.ท่าเกวียน อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว ผลปรากฎพบแต่เพียงบ้านพัก ไม่พบโรงงานผลิตถุงมือยางแต่อย่างใด จึงเชื่อว่าถูกหลอกลวง เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายดังกล่าว จึงได้มาร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.1 บก.ปคบ.
เมื่อถามว่าผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมรายนี้มีความเชื่อมโยงกับกรณีสำนักข่าว CNN รายงานข่าวมีถุงมือยางปนเปื้อนส่งขายไปอเมริกาหรือไม่ พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่า เกี่ยวข้องเพียงบางส่วน ที่ CNN รายงานข่าวเป็นกรณีที่นายลูอิส ซิสคิน สั่งถุงมือยางจากคนไต้หวัน เป็นเงิน 80 ล้านบาท จากนั้นคนไต้หวันได้ไปสังจากบริษัทแพดดี้ เดอะรูม เทรดดิ้ง จำกัด เมื่อส่งสินค้าไปที่สหรัฐฯ พบว่าผิดสเป็ค จึงจ้างบริษัททวงหนี้มาอุ้มคนไต้หวันเพื่อทวงหนี้ ทำให้นายลูอิส ตกเป็นผู้ต้องหา อีกด้านหนึ่งนายลูอิส ยังเป็นผู้เสียหายไปแจ้งความที่ ปอศ. หลังได้รับถุงมือยางไม่ตรงสเป็ค ในส่วนนี้ยังอยู่ขั้นตอนการดำเนินคดี ซึ่งข้อมูลที่มีการออกข่าวไปว่ามีการเอาถุงมือยางมือสอง เอามาล้างและเอาไปขาย เป็นข้อมูลที่คลาดเคลื่อน เพราะดูจากสำนวนการสอบสวนของ ปอศ. นายลูอิส ให้การว่า ถุงมือที่ได้รับผิดสเป็ค
ถามว่าเกี่ยวข้องกับบริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียง จํากัด อย่างไร พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวว่า สกายเมด จดทะเบียนโดยบ.เมืองเศรษฐกิจพอเพียงฯ แต่ทางบริษัทแพดดี้ เดอะรูมฯ เอาชื่อสกายเมดไปใช้ เพราะเห็นว่ามีการโฆษณาในอินเทอร์เน็ตแล้ว จึงนำไปใช้ และจากข้อมูลที่ตำรวจมีและเส้นทางการเงินเชื่อบริษัททั้งสองไม่มีความเกี่ยวข้องกัน และที่บ.เมืองเศรษฐกิจพอเพียงฯ ถูกดำเนินคดีก็ไม่เกี่ยวข้องกับบริษัทแพดดี้ เดอะรูมฯ
พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวอีกว่า สำหรับผู้เสียหายจากบริษัทเมืองเศรษฐกิจพอเพียงฯ ที่ ปคบ.รับแจ้งมา มี 1 คดี ความเสียหาย 184 ล้านบาท โดยผู้เสียหายยังไม่ได้รับถุงมือยางแม้แต่ชิ้นเดียว และยังมีคดีที่ดีเอสไอ 2 คดี ผู้เสียหายชาวฮ่องกง และฝรั่งเศส และอีกคดีที่ได้รับข้อมูลมาที่ยังไม่ได้เข้าแจ้งความ มีผู้เสียหายอยู่ที่อเมริกา ความเสียหายหลักร้อยล้านบาท จึงประชาสัมพันธ์หากมีผู้เสียหายรายใดเพิ่มเติม สามารถมาแจ้งความกับตำรวจสอบสวนกลางได้

 

 

Advertisement