รัว 4 นัด ดับทนายเหว่า คนดังเมืองตรัง นักเคลื่อนไหวสิทธิ์ที่ดินชาวบ้าน คาดขัดแย้งอิทธิพลมืดชนวนเหตุสั่งตาย

         วันที่ 4 พฤษภาคม 64 ที่ จ.ตรัง ตำรวจ สภ.วังวิเศษ รับแจ้งเหตุพบคนถูกยิงด้วยอาวุธปืนเสียชีวิตภายในสวนยางพารา พื้นที่หมู่ 10 บ้านห้วยคต ต.วังมะปรางเหนือ ที่เกิดเหตุอยู่ภายในสวนยางพารา เนื้อที่กว่า 40 ไร่ พบร่างของนายสมศักดิ์ อ่อนชื่นจิตร หรือทนายเหว่า อายุ 54 ปี ถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกโม่เข้าตามลำตัวและขา รวม 4 นัด นอกจากนี้มีรอยเลือดหยดเป็นทาง ไปจนถึงสะพานปูนข้ามลำห้วย พบกระสอบใส่มะละกอตกอยู่ 1 กระสอบ ใกล้กันพบหัวกระสุนทองแดง ชนิดลูกโม่ ตกอยู่จำนวน 3 หัว เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
         แนวทางการสืบสวนทราบว่าก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้เดินทางออกมาจากบ้านพัก ซึ่งอยู่ห่างจากสวนไปประมาณ 1 กม. เพียงลำพัง และมีคนงานจำนวน 3 คน ตัดหญ้าอยู่ภายในสวน คาดว่ามีคนร้ายไม่ทราบจำนวนทำทีแต่งกายเป็นชาวสวน สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า ถือกระสอบและลูกมะละกอ เดินเข้ามาหาผู้ตายซึ่งยืนอยู่บนสะพานปูนข้ามลำห้วย ก่อนใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่เท้า ซึ่งผู้ตายได้วิ่งหนีเพื่อเอาตัวรอด จนกระทั่งล้มลง ตะโกนขอความช่วยเหลือ คนร้ายจึงได้กระหน่ำยิงซ้ำจนเสียชีวิตก่อนเดินเท้าหลบหนีไป
         ด้านนายชยานันท์ อ่อนชื่นจิตร อายุ 24 ปีเล่าว่า พ่อมีปัญหากับที่สวนปาล์มเนื้อที่ประมาณ 638 ไร่ ซึ่งพ่อเคยไปช่วยชาวบ้านตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการ และมีปัญหากับคนที่เคยเป็นเจ้าของสวนปาล์มนั้น ที่ผ่านมาพ่อมักจะคอยช่วยชาวบ้านเสมอ เคยบ่นกับตนว่ามีปัญหากับนายทุนด้วย และบอกตลอดว่ามีคนคิดปองร้ายในช่วง 1 ปีกว่า ซึ่งพ่อไม่เคยคิดร้ายกับใคร เป็นคนดีชาวบ้านในละแวกนี้รู้ดี ตนร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะออกมาแล้ว ซึ่งนอกจากเรื่องที่ดิน 638 ไร่ แล้วก็ไม่มีเรื่องอื่นแล้ว
        ทั้งนี้ผู้ตายเป็นแกนนำคนสำคัญของชาวบ้าน ในการเคลื่อนไหวร้องเรียนสิทธิ์ที่ดินทำกินพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันทั้งหมดสัมปทานจำนวน 638 ไร่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ เพื่อจัดสรรให้กับชาวบ้านในพื้นที่ที่ลำบากได้มีที่ดินทำกิน จนกระทั่งมีกลุ่มเจ้าหน้าที่รัฐ นักการเมือง ผู้นำชุมชนบางราย และผู้มีอิทธิพล เข้ามายึดครองพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันดังกล่าว เพื่อเข้าเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ ตลอดระยะเวลาปี 2563
         โดยผู้ตายพร้อมชาวบ้านต่อสู้เพื่อเรียกร้องมาโดยตลอดและเคยเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่ชาวบ้านที่เข้าไปหาของป่าและเก็บผลปาล์มน้ำมันในพื้นที่ดังกล่าวมาแล้วหลายครั้ง ก่อนจะมาถูกปลิดชีพครั้งนี้