ผบ.ตร.สั่งตั้งทีมกฏหมายให้คำปรึกษาเอาผิดสวมหน้ากาก ย้ำดูเจตนาเป็นหลัก ไม่เอาเป็นเอาตาย

          เมื่อวันที่ 26 เมษายน 64 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ( รองผบ.ตร.) เปิดเผย กรณีตำรวจภูธรภาค 1 จับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนไม่สวมหน้ากากอนามัยขณะอยู่ในรถจนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์ว่ากรณีดังกล่าว ในส่วนของรายเอียดอยู่ระหว่างการตรวจสอบกับทาง สภ.บางปะหัน ยืนยันว่า การจับกุมดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักเกณท์การปฏิบัติและบังคับใช้กฏหมายตามที่ผู้ว่าราชการจังหวัดออกประกาศ ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ทุกอย่างต้องดูที่เจตนาด้วย หากพบว่าไม่มีเจตนากระทำผิดหรือฝ่าฝืนประกาศ ตำรวจก็พยายามแนะนำตักเตือน ทุกอย่างดูที่เจตนาตำรวจไม่ได้มุ่งเอาเป็นเอาตาย หรือจับกุมดำเนินคดีอย่างเดียว
         ทาง พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอด ผบ.ตร. ได้กำชับการปฏิบัติ โดยเฉพาะห้ามไม่ให้มีการฉวยโอกาสหรือเรียกรับผลประโยชน์ แต่หากพบหรือมีหลักฐานก็มีบทมลงโทษทั้งวินัยและอาญาอยู่แล้ว อย่างไรก็ดี ผบ.ตร. ได้สั่งให้แต่ละจังหวัดตั้งทีมกฏหมายขึ้นมา เพื่อให้คำปรึกษาแนะนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติและพนักงานสอบสวนอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดและเป็นไปอย่างโปร่งใส ถูกต้องตามระเบียบคำสั่้งหรือประกาศ โดยย้ำว่า บางครั้งต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ควบคู่กันไปดูเจตนาก่อนว่าควรบังคับใช้กฏหมายหรือไม่ เช่น ขับรถส่วนตัวมาคนเดียวปิดกระจกทุกด้าน ซึ่งไม่น่าเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโควิด-19 อาจใช้ดุลยพินิจในการแนะนำตักเตือน เป็นต้น
         กรณี ตำรวจ สภ.บางปะหัน นั้น จากการตรวจสอบพบว่าเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ให้จับกุม เนื่องจากชายคนดังกล่าวเดินอยู่ในตลาดแต่ไม่สวมหน้ากากอนามัย เจ้าหน้าที่จึงต้องดำเนินการจับกุมและปรับตามกฏหมาย โดยรายละเอียดดังกล่าว ทางตำรวจภูธรภาค 1 จะมีการแถลงรายละเอียดต่อไป
Advertisement