รวบโจรไซเบอร์เปิดเฟซบุ๊คปลอมลวงเหยื่อขายสินค้า ก่อนเชิดเงิน เมื่อโดนทวงถามก็ด่ากลับ

          วันที่ 19 เมษายน 64 ตำรวจจับกุมผู้ต้องหาชายอายุ 34 ปี ผู้ต้องหาหลอกขายของมือสองผ่านเฟซบุ๊กหลังมีผู้เสียหายเข้าร้องเรียนกับทางตำรวจมากมาย
         โดยนายขวัญชัยใช้วิธีการสร้างบัญชีเฟซบุ๊คส่วนตัว ปิดบังชื่อสกุลจริง แล้วใช้บัญชีเฟซบุ๊คที่ทำขึ้นสมัครเข้าไปในกลุ่ม หรือเข้าไปกดติดตามในเพจขายของมือสอง จำพวกอะไหล่รถมือสอง , อุปกรณ์เครื่องมือช่างต่างๆ เมื่อเข้าไปเป็นสมาชิกในกลุ่มนี้แล้ว หากมีสมาชิกในกลุ่มคนใดโพสต์ต้องการซื้อขายสินค้า หรือเพจใดมีการเสนอขายสินค้า ก็จะสวมรอยโดยการทักหาสมาชิกในกลุ่มหรือเพจที่สนใจสินค้าแต่ละรายการ ด้วยวิธีการทักไปในช่องทาง messenger ของแอปพลิเคชั่นเฟซบุ๊คส่วนตัวของสมาชิกที่สนใจสินค้าในกลุ่มหรือเพจนั้นๆ ก่อนจะทำการหลอกให้ผู้เสียหายพอใจในราคาที่ต่ำกว่าราคาขายในท้องตลาด และเสนอให้โอนเงินมัดจำหรือโอนเงินเต็มจำนวนมาที่บัญชีธนาคารซึ่งผู้ต้องหาเตรียมไว้ เมื่อผู้เสียหายโอนเงินสำเร็จผู้ต้องหาก็จะนิ่งเฉย ไม่ส่งสินค้า
         เมื่อมีผู้เสียหายทวงถาม หรือหากผู้เสียหายรายใดมีการด่าผู้ต้องหาก็จะทำการด่ากลับ หรือบล็อกผู้เสียหายรายนั้นๆ ทันที ทั้งนี้เมื่อก่อเหตุจนมีผู้เสียหายจำนวนหลายรายเข้าไปโพสต์ประจาน ร้องเรียนในเพจเกี่ยวกับการร้องทุกกลโกง ผู้ต้องหาก็จะทำการสร้างบัญชีเฟซบุ๊คส่วนตัวใหม่และกระทำการในลักษณะนี้ต่อเนื่องตลอดมา แต่ยังคงใช้บัญชีธนาคารเดิมสำหรับรองรับเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหายังมีหมายจับที่ยังหลบหนีอีก 2 หมายจับความผิดฐานฉ้อโกง
          สอบสวน ผู้ต้องหาให้การยอมรับสารภาพ ทำมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2559 ถึงปัจจุบัน โดยเคยถูกจับกุมเมื่อปี พ.ศ.2562 ศาลมีคำพิพากษาตัดสินให้ลงโทษจำคุก แต่เนื่องจากไม่เคยต้องโทษคดีอาญามาก่อนจึงให้รอลงโทษทางอาญา 2 ปี ก่อนจะออกมาและกระทำความผิดเช่นเดิมอีก เนื่องจากเป็นช่องทางหาเงินได้ง่าย ประกอบกับตนเองไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง
           สำหรับบัญชีธนาคารที่ผู้ต้องหาเคยใช้ในการรองรับเงินที่ได้จากการหลอกลวงผู้เสียหาย มีทั้งสิ้น 18 บัญชี ส่วนใหญ่เป็นบัญชีธนาคารส่วนตัวของผู้ต้องหา และบัญชีธนาคารของบุคคลที่ผู้ต้องหารู้จัก ซึ่งได้ขอยืมบัญชีธนาคารมาใช้ โดยให้ค่าตอบแทนในการยืมบัญชีธนาคารมาใช้ บัญชีธนาคารละ 500-1,000 บาท ส่วนบัญชีเฟซบุ๊คที่ผู้ต้องหาเคยใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายตั้งแต่เริ่มก่อเหตุตั้งแต่ปี 2559 จนถึงปัจจุบัน ประกอบด้วยธันวา พุฒวันนา , Skariya Befrane ,ทำดี ไม่มีใครเห็น,ตัวเล็ก ครับ,ชัยธวัช มีศิริและรถแบตเตอรี่ ตุ๊กปากช่อง โดยกลุ่มหรือเพจเฟสบุ๊คที่ผู้ต้องหาเข้าไปร่วมเพื่อหาโอกาสก่อเหตุต่อผู้เสียหายประมาณ 200 กว่ากลุ่ม