ภาพรวมสงกรานต์อุบัติเหตุเจ็บตายโดนจับจราจรน้อยกว่าปีก่อน กำชับ ตร.คุมโควิด เน้นเตือนก่อน

          เมื่อวันที่ 17 เมษายน 64 พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.กล่าวถึงภาพรวมการจราจรตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2564 ว่า ศูนย์อำนวยการป้องกันและลดอุบัติทางถนน พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 2,365 ครั้ง ลดลงจากเทศกาลสงกรานต์ 2562 ร้อยละ 29.15 ผู้บาดเจ็บ 2,357 คน ลดลงจากเทศกาลสงกรานต์ 2562 ร้อยละ 31.52 ผู้เสียชีวิต 277 ราย ลดลงจากเทศกาลสงกรานต์ 2562 ร้อยละ 28.24
         สำหรับจังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตเลย มี 5 จังหวัด สิงห์บุรี , สระแก้ว ,ลำปาง ,แม่ฮ่องสอน และ พังงา ส่วนจังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุดคือ นครศรีธรรมราช 106 ครั้ง จังหวัดที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุด คือ ปทุมธานี 10 ราย จังหวัดที่มีผู้บาดเจ็บสูงสุด ได้แก่ นครศรีธรรมราช 109 คน ส่วนสาเหตุของการเกิดอุบัติสูงสุด ได้แก่ การขับรถเร็ว ดื่มแล้วขับและตัดหน้ากระชั้นชิด ตามลำดับ
         ทั้งนี้ ผบ.ตร.จะมีการมอบรางวัลให้แก่ตำรวจหน่วยที่สามารถการลดอุบัติเหตุ โดยคิดคะแนนจาก จำนวนเกิดอุบัติเหตุ จำนวนผู้ได้รับบาดเจ็บ และจำนวนผู้เสียชีวิต แต่อย่างไรก็ดี ขอให้ทุกนายปฏิบัติหน้าที่กันอย่างเต็มกำลังความสามารถ จนกว่าภารกิจจะเสร็จสิ้น ซึ่งเชื่อว่าในวันพรุ่งนี้จะเป็นวันที่ประชาชนเดินทางกลับมากที่สุดอีกวันหนึ่ง
        ทั้งนี้ในช่วงสงกรานต์ตำรวจจับกุมผู้กระทำผิดกฎจราจร ตามมาตรการสะสม 7 วัน 459,644 รายโดยอันดับ1คือไม่สวมหมวกนิรภัย 113,901 ราย รองลงมาคือไม่มีใบขับขี่ 122,257 ราย ใช้ความเร็วเกินกำหนด 68,780 ราย ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย 54,922 ราย ขี่มอเตอร์ไซค์ไม่ปลอดภัย 30,865 ราย ดื่มแล้วขับ 16,367 รายฝ่าฝืนสัญญาณไฟจราจร 15,937 ราย ขับรถย้อนศร 14,682 ราย ใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ขณะขับรถ 12,489 รายและแซงในที่คับขัน 9,444 รายเปรียบเทียบสะสมกับช่วงเทศกาลสงกรานต์ พ.ศ.2562 ที่มีผู้กระทำผิด1,466,741 ราย ถือว่าปีนี้ลดลง 1,007,097 ราย หรือร้อยละ 68.66 ทีเดียว
         สำหรับผลการปฏิบัติตามมาตรการในการป้องกันและลดอุบัติเหตุบนท้องถนนเทศกาลสงกรานต์ 2564 สะสม 7 วัน เกิดอุบัติเหตุ 2,365 ครั้ง เสียชีวิต 277 ราย ผู้บาดเจ็บ 2,357 ราย เมื่อเทียบกับจำนวนครั้งการเกิดอุบัติเหตุ ผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ลดลงจากค่าเฉลี่ยสงกรานต์ 3 ปีย้อนหลัง ลดลงมากกว่า 5% ถือว่าบรรลุค่าเป้าหมายของตัวชี้วัดระดับหน่วยงาน
         ส่วนมาตรการป้องกันโควิด-19 โดยให้ตำรวจประชาสัมพันธ์ตักเตือนก่อน เน้นใช้สายตรวจออกลาดตระเวรเป็นหลัก แทนการตั้งจุดตรวจ โดยเฉพาะกับสถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ ผับ บาร์ อาบอบนวด ร้านอาหารที่จำหน่ายสุรา ห้ามการจัดกิจกรรมซึ่งมีการรวมกลุ่มบุคคลเกินกว่า 50 คน เว้นแต่ได้รับอนุญาต ขอให้ประชาชนศึกษาและปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด โดยเริ่มตั้งแต่ 00.00 น. คืนนี้เป็นต้นไป
         ทั้งนี้ได้กำชับผู้บังคับบัญชา ต้องหมั่นควบคุม กำกับ และดูแลลูกน้อง ในการปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรค ตามสถานีตำรวจ และหน่วยบริการประชาชนต้องมีอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อ เช่น หน้ากากอนามัย เจลแอลกอฮอลล์ การเว้นระยะห่าง เป็นต้น อย่าให้มีประเด็นที่ทำให้ประชาชนเกิดความไม่สบายใจ