กสทช.ร่วมตำรวจ จับวิทยุ,โดรนเถื่อน ของกลาง 2 พันชิ้น มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เตือนผิดกฎหมายความมั่นคง

          วันที่ 11 มีนาคม 64 ที่สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) มีแถลงการจับกุมผู้ต้องหากระทำความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม ยึดของกลางวิทยุสื่อสาร โดรนบังคับ เครื่องตัดสัญญาณ(แจมเมอร์) เครื่องจีพีเอส พอคเก็ตไวฟาย ซึ่งทั้งหมดเป็นอุปกรณ์ที่ไม่ได้รับอนุญาต รวม 2,500 ชิ้น มูลค่ากว่า 5 ล้านบาท
          นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า จากการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ พบว่ามีร้านค้าออนไลน์ชื่อ toyworld ขายเครื่องวิทยุโทรคมนาคมหลายประเภทที่ไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย จึงประสาน ศปอส.ตร.รวบรวมพยานหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายค้นเข้าตรวจสอบโกดัง ซอยราษฎรอุทิศ 1 ถนนเจริญกรุง ย่านบางโคล่ และยึดของกลางได้ดังกล่าว ซึ่งมีความผิดตาม ม.6 ฐานมีการนำเข้าและค้าซึ่งเครื่องวิทยุโทรคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานฯ ตาม พ.ร.บ.วิทยุคมนาคม มีโทษปรับไม่เกิน 1 แสนบาท จำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งอุปกรณ์เหล่านี้ มีบางสิ่งต้องขออนุญาตจากเจ้าหน้าที่ ไม่ว่าจะผู้ขายหรือผู้ใช้ ไม่เช่นนั้นจะมีความผิดตามกฎหมาย หากมีข้อสงสัย ให้สอบถามมายังสายด่วน กสทช.โทร.1200

นายพิชัย สุวรรณกิจบริหาร ผอ.สำนักกำกับดูแลกิจการโทรคมนาคม กล่าวว่า การใช้เครื่องส่งสัญญาณวิทยุที่มีคลื่นความถี่ตั้งแต่ 10 กิโลเฮิตซ์ ถึง 3 ล้านกิโลเฮิตซ์ ถือเป็นเครื่องวิทยุโทรคมนาคมตามกฎหมาย แม้จะเป็นเครื่องบินโดรน ก็ต้องใช้คลื่นความถี่ ซึ่งผู้ครอบครองต้องได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน โดย กสทช.มีหน้าที่ออกใบอนุญาตดังกล่าว เว้นแต่ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง

         สำหรับการจับกุมผู้ค้ารายนี้ พบว่ามียอดขายสูงพอสมควร โดยเครื่องวิทยุส่วนหนึ่งนำเข้ามาโดยไม่ได้รับใบอนุญาต มีบางส่วนก็ซื้อจากภาคเหนือของประเทศ ยังต้องตรวจสอบเพิ่มเติมว่ามีการลอบนำเข้ามาจากที่ใด โดยพนักงานสอบสวน สน.วัดพระยาไกร จะเป็นผู้ดำเนินการต่อไป
        พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่าการใช้เครื่องวิทยุ เครื่องบินโดรน และเครื่องตัดสัญญาณ ถือเป็นเรื่องเกี่ยวกับความมั่นคงที่อาจใช้ก่อเหตุอาชญากรรมได้ จากนี้ต้องตรวจสอบว่าคนขายได้ลอบนำเข้ามาจากที่ใด ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป