สามีเจ๊ไข่ซีฟู้ดร้านอาหารดัง ยิงตัวเองดับก่อนจะถึงวันเกิดแค่ 2 วัน

          วันที่​ 4​ มีนาคม 64 ตำรวจ สน.ประชาชื่น ​รับแจ้งเหตุสามีเจ๊ไข่ซีฟู้ด ร้านอาหารชื่อดัง​ ยิงตัวเองเสียชีวิต​ภายในชั้น 4 ของร้าน​ที่ตั้งอยู่ริมคลองประปา เมื่อไปตรวจสอบพบศพนาย​สุรศักดิ์​ เอี่ยมผ่องใส​ อายุ​ 65​ ปี​ ที่บริเวณขมับด้านขวาพบมีรูกระสุน 1 นัด ใกล้กันพบปืนพกแบบลูกโม่ ยังไม่ทราบขนาด ตกอยู่บนพื้นห้อง ห่างจากบริเวณเท้าของศพประมาณ 1 เมตร
         ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้ขึ้นไปที่ชั้น 4 ในช่วงเวลาประมาณ​ 21.00​ น. ซึ่งเป็นเวลาปกติที่ผู้ตายจะขึ้นไปในเวลานี้ของทุกวัน​ หลังจากดูแลร้านเสร็จสิ้น​ เพื่อขึ้นไปทำภารกิจส่วนตัว​ ก่อนที่จะพักผ่อน​ ซึ่งพอถึงเวลาร้านปิดคือประมาณ​ 22.00​ น.ทางด้านภรรยา​ น.ส.นิภา​พร​ ซื่อสัตย์​ หรือเจ๊ไข่​ถึงจะตามขึ้นไป​
           โดยวันนี้ขณะเกิดเหตุเป็นช่วงที่ น.ส.นิภา​พร​เข้าห้องน้ำ​ ได้มีเสียงปืนดังขึ้น​ 1​ นัด​ เมื่อออกมาดูจึงพบว่านายสุรศักดิ์ได้ใช้อาวุธปืนยิงตัวเอง​ จึงพยายามเรียกเจ้าหน้าที่กู้ชีพและอาสากู้ภัยเข้ามาช่วยชีวิต แต่ไม่เป็นผล โดยขณะเกิดเหตุนั้นมีคนที่อยู่บริเวณชั้นเกิดเหตุเพียงแค่ 4 คน คือนายสุรศักดิ์ น.ส.นิภาพรและคนงานอีก 2 คนเท่านั้น
         เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่พบสาเหตุที่คาดว่าผู้ตายจะก่อเหตุดังกล่าวขึ้น เพราะที่ผ่านมาแม้ว่าร้านจะได้รับผลกระทบเรื่องโควิด-19​ แต่ยอดขายของทางร้านก็ยังปกติดี จึงไม่น่าจะใช่ปัญหาดังกล่าว​ แต่ช่วงอาทิตย์ที่ผ่านมา​ ทางครอบครัวพบว่าผู้ตายผิดปกติ​ ไม่ยิ้มแย้มเหมือนเคย​ นอกจากนี้ก่อนเกิดเหตุวันนี้ผู้ตายยังได้ดื่มเบียร์ไปด้วย​ ซึ่งที่ผ่านมาจะไม่ค่อยดื่มเท่าไหร่​ ส่วนปัญหาเรื่องสุขภาพ​ ผู้ตายมีโรคประจำตัว​ และมีการทานยาประจำ​ แต่ก็ไม่มีอาการหรืออะไรที่บ่งบอกว่าผู้ตายจะเครียดจนเป็นสาเหตุให้ก่อเหตุในครั้งนี้ได้
         สำหรับนายสุรศักดิ์ นั้นเป็นสามีของ น.ส.นิภาพร ซื่อสัตย์​ หรือเจ๊ไข่ ซึ่งอยู่กินกันมานาน​ มีบุตรธิดา 2​ คน​ ตัวนายสุรศักดิ์นั้นเกิดวันที่​ 6​ มีนาคม​ ซึ่งอีกเพียง​ 2​ วันก็จะถึงวันคล้ายวันเกิด​ โดยร้านเจ๊ไข่ซีฟู้ด​นั้น​เปิดมากว่า 30 ปี​ จากร้านอาหารขนาดเล็กเพียง 1 คูหา แต่ปัจจุบันขยายกิจการใหญ่โต​ ปลูกติดกันถึง​ 8 คูหา เป็นที่รู้จักของนักชิมและนักกินทั่วไป​ มีพนักงานกว่า​ 40​ คน​ ทำยอดขายได้วันละกว่า 4-5 แสนบาทต่อวัน เฉพาะตัวอาคารที่ตั้งก็มีมูลค่ากว่า 40 ล้านบาท​แล้ว