รวบ “ตุ๊กกี้ 400 ล้าน” สิบแปดมงกุฎตุ๋นไม่เลิก แม้คดีเก่ายาวเป็นหางว่าว

           เมื่อวันที่ 3 มี.ค.64 ที่ กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. พ.ต.อ.บุญลือ ผดุงถิ่น ผกก.2 บก.ป.พ.ต.ท.กษิดิ์เดช เจริญลาภ สว.กก.2 บก.ป. จับกุม น.ส.ศิริรัตน์ หรือตุ๊กกี้ จันทร์ปรุง อายุ 39 ปี ชาว จ.เพชรบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดแขวงนครราชสีมา ที่ 54/2564 ลง 23 ก.พ.2564 ข้อหา “ฉ้อโกง” ได้ที่ บ้านพักแห่งหนึ่งภายใน ซ.นวมินทร์ 111 ถ.ประเสริฐมนูญกิจ เขตบึงกุ่ม แขวงนวมินทร์
          สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา น.ส.ศิริรัตน์ หรือตุ๊กกี้ ผู้ต้องหารายนี้ได้มีพฤติกรรมชักชวนผู้คนในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ให้นำเงินมาลงทุนธุรกิจขายหน้ากากอนามัย โดยอ้างว่าจะได้รับเงินปันผลเป็นค่าตอบแทนค่อนข้างสูง จึงทำให้ทีผู้หลงเชื่อนำเงินมาร่วมลงทุนกับ น.ส.ศิริรัตน์ เป็นจำนวนเงินกว่า 2 ล้านบาท แต่เมื่อครบกำหนด น.ส.ศิริรัตน์กลับไม่ยอมจ่ายเงินปันผลให้ตามที่ตกลงกันไว้ ผู้เสียหายจึงเชื่อว่าตนถูกหลอก ก่อนเข้าแจ้งความดำเนินคดีที่ สภ.เมืองนครราชสีมา จนมีการหมายจับ ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่า น.ส.ศิริรัตน์ ผู้ต้องหารายนี้ ได้หลบหนีมาซ่อนตัวอยู่ในพื้น กทม. จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
          ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติพบว่า เมื่อปลายปี 2562 น.ส.ศิริรัตน์ ได้เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปอศ. จับกุมในข้อหา “ฉ้อโกง, ฉ้อโกงประชาชน นำเข้าซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ สู่ระบบคอมพิวเตอร์” หลังหลอกลวงกลุ่มแม่ค้าขายสินค้าออนไลน์ผ่านทางเฟซบุ๊ก ให้นำเงินมาร่วมลงทุนเป็นตัวแทนขายสินค้า และสั่งซื้อสินค้า เช่น สบู่ , ครีม , เซรั่ม ยี่ห้อหนึ่ง พร้อมทั้งแอบอ้างนำชื่อของศิลปินดารามากมายมากล่าวอ้างว่าเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับสินค้าดังดล่าวเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือจนมีผู้หลงเชื่อจำนวนมาก เเต่เมื่อครบกำหนดส่งมอบสินค้ากลับไม่มีสินค้าตามที่ตกลงกันไว้ รวมมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 400 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าภายหลังได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวออกมา น.ส.ศิริรัตน์ ได้เปิดเฟซบุ๊กชื่อว่า ตุ๊กกี้ ขายครีม เปิดลงทุน “บ้านออมเงินKK” โพสต์ข้อความโฆษณาเชิญชวนผู้คนให้นำเงินมาลงทุนแชร์ออนไลน์ ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงเห็นว่าผู้ต้องหายังคงมีพฤติกรรมกระทำการในลักษณะเช่นเดิม สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน จึงดำเนินการเร่งรัดติดตามจับกุมตัวดังกล่าว
         จากการสอบสวน น.ส.ศิริรัตน์ ให้การปฏิเสธ ว่า ไม่ได้ฉ้อโกง แต่รับว่านำเงินของผู้เสียหายมาจริง โดยอ้างว่าเป็นการลงทุนทำธุรกิจร่วมกัน และรับว่าเคยถูกตำรวจ บก.ปอศ. จับกุมในกรณีดังกล่าวจริง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่ง สภ.เมืองนครราชสีมา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป