แถลงข่าวชุมนุมวานนี้ จับ 22 ราย ยันเจ้าหน้าที่อดทนอดกลั้น ถ้าชุมนุมสงบ ตำรวจไม่ใช้กำลัง

          วันที่ 1 มีนาคม 64 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น. แถลงผลการดำเนินคดีกลุ่มผู้ชุมนุม REDEM ปะทะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจหน้ากรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อวานนี้ทำให้มีผู้บาดเจ็บหลายราย
          พล.ต.ท.ภัคพงศ์ กล่าวว่า การชุมนุมเริ่มตั้งแต่ 15.00 น. ต่อเนื่องจนถึงเวลา 02.00 น. ตลอดการชุมนุมตำรวจได้แจ้งเตือนผู้ชุมนุมอยู่เป็นระยะ แต่มีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนได้รื้อลวดหนาม รั้วเหล็ก และขว้างปาสิ่งของใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจ
         ขณะนั้นเกรงว่าจะเหตุการณ์จะรุนแรงขึ้นจึงระงับเหตุ ถือเป็นครั้งแรกที่ตำรวจใช้ปืนยิงกระสุนยาง ยืนยันว่าวัสดุอุปกรณ์ทุกอย่างที่นำมาใช้ในการควบคุมฝูงชน เป็นอุปกรณ์ที่ได้รับอนุญาตทั้งหมด ไม่มีความรุนแรงอันตรายถึงชีวิต อีกทั้งยังใช้ตามความจำเป็น โดยหวังให้สถานการณ์ยุติให้เร็วที่สุด
          ภายหลังยุติการชุมนุมมีผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางไปรวมตัวที่หน้า สน.ดินแดง และ สน.สุทธิสาร มีการก่อเหตุเผารถตำรวจที่สน.ดินแดง ทำให้เกิดความเสียหาย ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบความเสียหาย และจะติดตามตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาดำเนินคดี เบื้องต้นมีความผิดข้อหาวางเพลิงและทำให้เสียทรัพย์
          ส่วนกรณีเหตุคนร้ายวางเพลิงเผาพระบรมฉายาลักษณ์ บริเวณด้านหน้าเรือนจำคลองเปรม เมื่อคืนวันที่ 27 ก.พ. เจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ได้ส่งตัวแทนมาแจ้งความดำเนินคดีที่ สน.ประชาชื่น ความผิดที่เกี่ยวข้องในข้อหาวางเพลิงเผาทรัพย์ และคาดว่าจะมีความผิดม.112 ขณะนี้รู้ตัวกลุ่มที่ก่อเหตุแล้วเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่อยู่ระหว่างดำเนินคดีขอเวลาทำงานอีกไม่นานจะจับกุมผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้แน่นอน
          เมื่อถามว่าจากภาพที่มีปรากฏตามสื่อโซเชียล ทั้งการเตะและลากผู้ที่บาดเจ็บ เป็นการกระทำเกินกว่าเหตุหรือไม่ ผบช.น. ตอบว่า ขอให้มองในภาพรวมทั้งหมด บางทีเราเห็นเหตุการณ์แค่ช่วงๆ เจตนาคงจะพยายามระงับเหตุให้เร็วที่สุดและนำตัวผู้กระทำผิดแยกออกจากกลุ่มผู้ชุมนุม และไม่ให้สถานการณ์รุนแรง จริงๆ ความรุนแรงไม่รุนแรงขึ้นอยู่กับผู้ชุมนุม ถ้าผู้ชุมนุมชุมนุมโดยสงบ ตำรวจไม่เคยใช้กำลัง อย่างกรณีที่ผู้ชุมนุมปัสสาวะอยู่บนตู้คอนเทนเนอร์แสดงให้เห็นว่า ถ้าตำรวจไม่อดทนอดกลั้นก็ต้องลากตัวลงมาแล้ว ก่อนที่ตำรวจจะเริ่มปฏิบัติตามยุทธวิธี หรือตามขั้นตอน เรามีการประกาศแจ้งเตือนและลูกน้องเราก็ถูกกระทำ จนกระทั่งเกรงว่าสถานการณ์จะลุกลามจนควบคุมไม่ได้ อยากจะขอเราเป็นคนไทยด้วยกัน การเห็นต่างมีการแสดงออกได้หลายทางก็ทำในช่องทางที่ถูกต้อง
         ส่วนการเสียชีวิตของ ร.ต.อ.วิวัฒน์ เสริฐสนิท รอง สวป.สน.ธรรมศาลา เสียชีวิตในขณะปฏิบัติหน้าที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะเป็นเจ้าภาพในการสวดอภิธรรม เบื้องต้นจะเลื่อน 3 ขั้น 3 ชั้นยศ เป็นยศพ.ต.อ. และนำเงินสวัสดิการช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตจำนวน 2,740,000 บาท
         พล.ต.ต.ปิยะ ต๊ะวิชัย รองผบช.น.กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมผู้กระทำความผิดในที่เกิดเหตุปะทะกันได้จำนวน 22 คน นำส่งพนักงานสอบสวน การจับกุมก็เป็นไปตามขั้นตอนและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เบื้องต้นแจ้งข้อหาในความผิดร่วมกันชุมนุมหรือจัดกิจกรรมในพื้นที่ในสถานการณ์ที่กำหนดเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด ความผิดพ.ร.บ.ควบคุมโรค พ.ร.ก.ฉุกเฉิน บางส่วนมีความผิดพ.ร.บ.ควบคุมการโฆษณาหรือใช้เครื่องขยายเสียง ในข้อหาร่วมกันใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้าโดยไม่รับอนุญาต และข้อหาต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานซึ่งปฏิบัติงานตามหน้าที่ และใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน และมีผู้ร่วมกระทำผิดบางส่วนทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานเหตุเกิดที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ส่วนที่ สน.ดินแดง และสน.สุทธิสาร มีความผิดเกี่ยวกับวางเพลิงเผาทรัพย์ ทุบทำลายทรัพย์สินของทางราชการเสียหาย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีตำรวจได้รับบาดเจ็บ 90 นาย รักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ จำนวน 27 ราย และเสียชีวิต 1 นาย