เก่งคนจัดหาเด็กเอนกรณีพริตตี้สาวดับ ให้การเป็นประโยชน์ ตร.เน้นเรื่องยาเป็นหลัก

         วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 64 พ.ต.อ.ประสพโชค เอี่ยมพินิจ ผกก.สน.พหลโยธิน กล่าวว่า จากการสอบปากคำพยานคดี น.ส.วิชญาพร วิเศษสมบัติ หรือวาวา พริตตี้สาวไปรับงานเอนแล้วเสียชีวิตว่า ผลการสอบสวนนายเก่งที่เป็นคนจัดหาเด็กเอนมาร่วมงานนั้น ถือว่าให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดี ทำให้ทราบข้อเท็จจริงมากขึ้นในวันเกิดเหตุ จนทราบตัวบุคคลว่ามีใครบ้างที่อยู่ในงานปาร์ตี้ และสามารถติดต่อกับผู้ที่อยู่ในงานได้ครบทุกคนแล้ว
          จากข้อมูลพบว่าในวันเกิดเหตุมีพริตตี้ถูกว่าจ้างมาร่วมงานทั้งหมด 8 คน จาก 2 โมเดลลิ่ง มีผู้ชายร่วมงานปาร์ตี้ 7 คน และกลุ่มแฟนของผู้ชายอีก 3 คน โดยแนวทางการดำเนินคดีหลังจากนี้ จะรอสอบสวนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุให้ครบทั้งหมดก่อน เพื่อยืนยันว่าในขณะเกิดเหตุมีพฤติการณ์อย่างไรบ้าง จากนั้นก็จะพิจารณาเรื่องการดำเนินคดีอีกครั้ง
         ยืนยันว่าเรื่องการรับคดี ตำรวจมีการรับสอบสวนคดีการเสียชีวิตของพริตตี้วาวาตั้งแต่วันแรก แต่การดำเนินคดีเอาผิดในทางอาญา ต้องรอความชัดเจนจากพยานหลักฐานทั้งหมดก่อน ทั้งรายงานผลการชันสูตรพลิกศพและผลการตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ รวมถึงผลการตรวจหลักฐานในบ้าน ที่มีการเก็บหลักฐานส่วนหนึ่งทั้งจากในบ้าน และในรถของผู้ที่เกี่ยวข้องไปตรวจพิสูจน์อย่างละเอียด เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาดำเนินคดี
          ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่า พฤติการณ์มั่วสุมจัดงานปาร์ตี้ในบ้านอาจเข้าข่ายเป็นความผิดฐานฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ หรือไม่นั้น เรื่องนี้พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งหากพบว่าเข้าองค์ประกอบ ก็จะมีการแจ้งข้อหาในส่วนนี้ด้วย
            สำหรับแนวทางการดำเนินคดี จะมุ่งเน้นไปที่การหาว่า ใครมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับการทำให้พริตตี้วาวาเสียชีวิต รวมถึงประเด็นเรื่องที่มีการใช้ยาเสพติดเป็นหลัก เช่นมีใครเป็นคนนำยาเสพติดเข้าไปใช้ภายในงานดังกล่าว
         ต่อมาเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำตัวนายเก่งออกจากห้องประชุมหลังจากสอบปากคำนานกว่า 9 ชั่วโมง ขึ้นรถกระบะออกไปจาก สน.พหลโยธิน เพื่อไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาประกอบสำนวนคดี โดยจากความร่วมมือของพยานที่ต้องการแสดงความบริสุทธิ์ใจ ทั้งนี้เมื่อเสร็จสิ้นขั้นตอนแล้ว อยู่ที่ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนว่าจะปล่อยตัว หรือสอบปากคำเพิ่มเติม
           จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการแจ้งข้อหากับบุคคลใด เนื่องจากการสอบปากคำยังไม่แล้วเสร็จ รวมถึงพยานทางนิติวิทยาศาสตร์ยังไม่ออกมาเป็นลายลักษณ์อักษร ซึ่งนายเก่งได้กล่าวสั้นๆ ว่า “ผมแค่มาให้การ ไม่ทราบเรื่องการใช้ยาเสพติดภายในงาน”