ปิ๋มซีโฟร์พรีเซ็นเตอร์ชาร่วมกับลุงพลเข้าให้ปากคำตำรวจในฐานะพยาน รับตกใจที่สรรพคุณเกินจริง

         วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 64 นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม นำนางสาวศุภรดา รินรดามณี อายุ 48 ปี หรือ ปิ๋ม ซีโฟร์ เข้าพบตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิด เกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคหรือ ปคบ. เพื่อให้ปากคำในฐานะพยานหลังปิ๋ม ซีโฟร์ ร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ชายี่ห้อหนึ่งร่วมกับนายไชยพล วิภา หรือลุงพล
        ปิ๋ม ซีโฟร์ระบุว่า วันนี้มาเป็นพยานในประเด็นที่ตัวเองเคยร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์ โดยเคยได้อ่านสรรพคุณของชาดังกล่าวในครั้งเเรกก็ระบุช่วยในเรื่องขับถ่ายทั่วไป ยืนยันว่าตนบอกต่อสรรพคุณตามที่ตัวเองทดลองเเละเห็นผลนั่นคือเรื่องการล้างลำไส้เเละขับถ่ายดีขึ้นเท่านั้น เเต่ยอมรับว่าตกใจเมื่อเห็นคลิปเเละทราบว่าพรีเซ็นเตอร์อีกคนระบุสรรพคุณว่าชาดังกล่าวสามารถเเก้ไวรัสโควิด-19 รวมถึงโรคมะเร็งได้
          ส่วนตัวรับว่าหน้าที่ขณะรับงานพรีเซ็นเตอร์นั้นก็เพื่อให้สินค้าเเละชื่อเเบรนด์เป็นที่รู้จัก ตนได้ร่วมกิจกรรมหลายอย่างกับทางเเบรนด์สินค้า รวมถึงพรีเซ็นเตอร์ชายอีกคนร่วม 2 เดือน ซึ่งเมื่อเเบรนด์เป็นที่รู้จักเเล้ว ตนจึงยุติบทบาทพรีเซ็นเตอร์เมื่อช่วงปลายปีที่เเล้ว ทั้งนี้ไม่อยากเป็นคู่กรณีกับใคร เเต่ยืนยันเพียงว่ามาในฐานะพยานเท่านั้น เเละขอพูดเพียงประเด็นตนเท่านั้น
         สำหรับคดีนี้เกิดจากเมื่อวานนี้ นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เข้าเเจ้งความดำเนินคดีกับนายไชยพล วิภา หรือลุงพล ในฐานะเป็นพรีเซ็นเตอร์ และพวกที่เป็นเจ้าของผลิตภัณฑ์ ในความผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร ในข้อหาโฆษณาสรรพคุณเป็นเท็จ โฆษณาสรรพคุณผ่านสื่อต่างๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเเละความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ในข้อหานำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จ หลังพบว่านายไชยพลเป็นพรีเซ็นเตอร์ชายี่ห้อนี้ว่า ชาลุงพล ซึ่งไม่ตรงกับชื่อชาที่จดทะเบียนขออนุญาตจากองค์การอาหารเเละยา รวมทั้งยังโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง ว่าชานี้สามารถป้องกันโรคโควิด-19 เเก้โรคมะเร็ง เเละลดไขมันได้ ซึ่งไม่เป็นความจริง