อดีตรองผู้ว่านครศรีเปิดใจ น้องสาวเข้าดูดไขมันคลีนิกไม่ได้มาตรฐานเสียชีวิต ยันเอาเรื่องถึงที่สุด

          วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 64 นายถาวรวัฒน์ คงแก้ว อดีตรองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พี่ชายของนางศรัณย์ภัทร์ อิทธีรนันท์ ซึ่งไปดูดไขมันที่คลินิกแห่งหนึ่งที่อยู่บริเวณซอยรามคำแหง 24 แยก 22 และได้เสียชีวิตภายในคลีนิกเมื่อวานนี้ โดยขณะที่เข้ารับการดูดไขมันพบว่าชีพจรต่ำผิดปกติ แต่ทางคลินิกยังยืนยันที่จะไม่ให้ส่งโรงพยาบาลโดยอ้างว่าไม่อยากให้เป็นคดีความจนเกิดเหตุดังกล่าว ซึ่งปกติแล้วน้องสาวเป็นคนที่สุขภาพดีไม่มีโรคประจำตัว ร่าเริงแจ่มใสมาก ๆ แต่สำหรับกรณีนี้ตัวเองได้เข้าไปเห็นที่เกิดเหตุพบว่าคลีนิกแห่งนี้ไม่ได้มาตรฐานไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอุปกรณ์หรือยาที่ใช้ในการรักษาต่าง ๆ
         นอกจากนี้หมอที่เป็นคนทำก็มีอายุถึง 72 ปี และไม่ใช่หมอประจำคลินิก จะเข้ามาทำที่คลินิกเป็นกรณี ๆ ไป ท่านอาจจะไม่มีความชำนาญ ต่อให้ทางลูกค้าจะมีการเซ็นยินยอมเข้ารับการผ่าตัดแล้วแต่นั้นไม่ได้หมายความว่าเขาเซ็นเพื่อมอบชีวิตให้
          ทางลูกสาวผู้ตายเปิดเผยว่า ปกติแล้วคุณแม่เป็นคนที่รักสวยรักงาม ก่อนที่จะตัดสินใจดูดไขมัน ก็ได้ปรึกษาโรงพยาบาลดังและคลินิกหลายที่ ก่อนที่จะตัดสินใจทำที่คลินิกแห่งนี้ ในวันเกิดเหตุคุณแม่จะต้องเข้ารับการดูดไขมันตั้งแต่เวลา 10 โมงเช้า และจะเสร็จในเวลาประมาณบ่าย 2 โมง ตามที่คุณแม่ได้นัดให้ตัวเองไปรับ แต่จู่ ๆ น้องชายได้โทรมาบอกในช่วงเวลาประมาณ 13.19 นาที ว่าทางคลินิกติดต่อมาว่าคุณแม่ชีพจรหยุดเต้น ตนจึงรีบไปที่คลินิก โดยใช้เวลาประมาณ 20 นาที แต่เมื่อไปถึงเห็นคุณแม่ในสภาพที่นอนนิ่งตัวแข็ง ตัวเย็น เชื่อว่าคุณแม่น่าจะเสียชีวิตมามากกว่า 1 ชั่วโมงแล้ว
          ทั้งนี้ก่อนที่แม่จะตัดสินใจทำ ก็ได้ถามกับทางคลินิกเรื่องความปลอดภัยเพราะต้องมีการวางยาสลบ ทางคลินิกก็ยืนยันว่าความปลอดภัย จึงทำให้คุณแม่เชื่อใจและตัดสินใจทำ
          ทางลูกชายของผู้ตายเล่าว่า ตนเป็นคนรับสายโทรศัพท์จากทางคลินิกที่แจ้งว่าแม่ของนั้นชีพจรได้หยุดเต้นแล้ว อยู่ระหว่างการปฐมพยาบาล ตอนนั้นก็ได้ถามทางคลินิกว่าสามารถส่งแม่ไปโรงพยาบาลได้หรือไม่ แต่ทางคลินิกตอบกลับมาว่า มันจะเป็นคดีความขอไม่ส่งไปที่โรงพยาบาล ซึ่งเขาก็ได้บอกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ของคุณแม่ไป เพราะทางคลินิกปั๊มชีพจรคุณแม่จนเลือดออกจากปอดแล้ว
         ทั้งนี้ทางครอบครัวผู้ตายเดินทางเข้าแจ้งความกับทางสน.หัวหมากพื้นที่รับผิดชอบตั้งแต่หลังเกิดเหตุวานนี้แล้ว
           มีรายงานว่าหลังจากเกิดเหตุนี้ ทางคลินิกได้มีการพยายามติดต่อเข้ามาพูดคุยกับทางญาติในเรื่องของเงินชดเชย แต่ทางญาติไม่ขอพูดคุยเพราะต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด นอกจากนี้วันนี้ทางคลีนิกได้ปิดร้านปิดเพจเฟซบุ๊กของตัวเองแล้ว โดยคลินิกดังกล่าวมีการกล่าวอ้างโฆษณากับทางลูกค้าว่าเป็นคลินิกชื่อดังมีสาขามากกว่า 5 แห่งรวมถึงยังมีสาขาตั้งอยู่ต่างประเทศอีกด้วย