รวบอดีตตำรวจสุดแสบ! อ้างตัวผู้บริหาร ตีสนิทเหยื่อก่อนเรียกรับเงินเลื่อนตำแหน่ง

           พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม ผบก.ปทส. (กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม) ได้ให้ชุดจับกุมนำโดย พ.ต.ท.เอกพล ปัญจมานนท์ สว.กก.1 บก.ปทส. เข้าจับกุมนายชาคริต ครุธเงิน อายุ 28 ปี ชาวจ.น่าน ในข้อหา”ฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น‘’ โดยสามารถจับกุมได้ที่หน้าบ้านเลขที่ ภายในหมู่บ้าน พงปูโล๊ะ ต.สะเตงนอก อ.เมือง จ.ยะลา
          การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 22 พ.ค.2563 นายชาคริต ได้มีการแอบอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ระดับ C.E.O. ของบริษัทที่ผู้เสียหายทำงานอยู่ ทำทีติดต่อไปยังผู้เสียหายพร้อมกับระบุว่า จะช่วยเลื่อนตำแหน่งหน้าที่การงานให้ผู้เสียหายได้ แต่จะต้องมีการจ่ายค่าเลื่อนตำแหน่งจำนวนเงิน 40,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ไปทั้งหมด ก่อนจะมารู้ความจริงว่า นายชาคริตไม่ได้เป็นผู้บริหารของบริษัทจริง จึงได้เข้าแจ้งความกับทางพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ ก่อนศาลธัญบุรีจะอนุมัติหมายจับ เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2564 ที่ผ่านมา
        ตรวจสอบประวัติเคยรับราชการเป็นตำรวจสังกัด สภ.ท่าธง อ.รามัน จ.ยะลา แต่ถูกออกจากราชการเมื่อปลายปี พ.ศ. 2561 เนื่องจากมีพฤติกรรมเสพยาเสพติดให้โทษ จากนั้นนายชาคริตได้มีพฤติกรรมฉ้อโกงอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะถูกจับและได้รับการประกันตัวหลายครั้งก็ตาม แต่เขาก็ยังก่อเหตุความผิดซ้ำซาก โดยนายชาคริตก่อคดีทั้งเสพยา และฉ้อโกงทั้งหมดหลายคดี ในหลายลักษณะด้วยกัน
        เดือน ม.ค.2563 นายชาคริต หลอกผู้เสียหายร่วมลงทุนโดยจะให้ผลตอบแทนสูง ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินไปให้จำนวน 120,000 บาทต่อมาผู้เสียหายทราบว่าถูกหลอกจึงมาแจ้งความกับ พงส.สภ.บางละมุง และหลอกให้ผู้เสียหายร่วมลงทุนโดยอ้างผลตอบแทนดี ผู้เสียหายโอนเงินให้จำนวน 30,000 บาท ไม่ได้รับผลตอบแทนและไม่สามารถติดต่อกลับได้ แจ้งความ สน.พญาไท
         เดือน เม.ย. 2563 ใช้ไลน์ชื่อ Dr.Thrin และ bitkub.com หลอกลวงให้เสียหายสมัครลงเล่นหุ้น ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงโอนเงินผ่านแอพพลิเคชั่นธนาคารให้จำนวน 60,000 บาท ต่อมาผู้เสียหายได้ตรวจสอบกับทางเวปไซต์ bitkub.com (ของจริง) พบว่าไม่มีการสมัครโดยการโอนเงินผ่านบัญชี จึงรู้ว่าถูกหลอก จึงเข้าแจ้งความ สน.สายไหม
           เดือน ก.ค.2563 นายชาคริตได้ทำทีสั่งสินค้ากับผู้เสียหายในราคา 4,000 บาท แต่กลับส่งข้อความและหลักฐานการโอนเงินมาให้ทางแอเคชั่นไลน์ ว่าได้โอนเงินให้จำนวน 37,500 บาท และขอให้ผู้เสียหายโอนเงินกลับคืนให้ จำนวนเงิน 25,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินคืนให้ 25,000 บาท ก่อนจะตรวจสอบพบว่าไม่มียอดเงินถูกโอนเข้าในบัญชีตามที่ถูกกล่าวอ้าง จึงเข้าแจ้งความที่ สภ.สันทราย จ.เชียงใหม่
         เดือน ส.ค.2563 ได้ปลอมแปลงสลิปโอนเงิน หลอกบริษัททัวร์ว่า ได้โอนเงินไปเกินจำนวนให้ผู้เสียหายโอนเงินกลับมาให้เป็นจำนวน 15,000 บาท จากนั้นเดือน ก.พ. 2564 ได้ทำการปลอมไลน์เพื่อหลอกเหยื่อว่าสามารถฝากเข้ารับราชการทหารบกได้ โดยปลอมไลน์เป็นแอดมินแฝงเข้าไปในกลุ่ม Reserve team ซึ่งเป็นกลุ่มสำหรับให้คำแนะนำในการสมัครก่อนจะโพสต์ข้อความในกลุ่ม อ้างว่าเวปไซต์หลัก เกิดขัดข้อง ให้สมัครกับเจ้าหน้าที่ทางไลน์ และได้ให้ลิงค์ช่องทางในการติดต่อไว้ ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงเข้าไปพูดคุย เมื่อเข้าไปพูดคุยจะได้รับคำแนะนำว่า สามารถวิ่งเต้นให้เข้ารับราชการทหารได้ โดยคิดค่าดำเนินการหลักพันบาทเนื่องจากเป็นคนราชบุรีด้วยกัน ผู้เสียหายหลงเชื่อโอนเงินให้ 3,500 บาท ก่อนจะเข้าแจ้งความ
           นอกจากนี้ยังพบว่านายชาคริต เคยเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง และถูกตำรวจ กก.1 บก.ปทส. จับกุมเมื่อวันที่ 28 ธ.ค.63 โดยคดีนี้นายชาคริตได้ปลอมแปลงสลิปการโอนเงินเพื่อซื้อสินค้า โดยปลอมจากสลิปที่โอนเงินในราคาเพียงแค่ 1 บาท แต่มีการปลอมแปลงสลิปหลอกซื้อสินค้าจากผู้เสียหาย ความเสียหายหลายหมื่นบาทด้วยกัน
           สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ จึงคุมตัวส่งให้กับพนักงานสอบสวน สภ.ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ จ.ปทุมธานี ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป