แม่น้องชมพู่ยินดีต้อนรับทนายตั้มในฐานะแขกเท่านั้น แต่ไม่ขอพูดคุยเรื่องคดีความ หลังอีกฝ่ายเปรยอยากเข้ามาพูดคุยด้วย เชื่อ ตร.จะสามารถทำความจริงให้เปิดเผยได้ ตอนนี้รออย่างมีหวัง

         วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 64 ที่ จ.มุกดาหาร นางสาวิตรี วงศ์ศรีชา แม่ของน้องชมพู่เปิดเผยถึงกรณีที่ทนายตั้ม หรือ นายษิทรา เบี้ยบังเกิดอยากจะเข้ามาพูดคุยด้วย เพราะแม่ของน้องชมพู่ถือเป็นหนึ่งในพยานสำคัญและเป็นเงื่อนไขก่อนที่ทนายจะตัดสินใจรับทำคดีให้กับนายไชย์พล วิภา หรือลุงพลว่า ตนพอรู้มาบ้างว่าทนายตั้มจะเข้ามาพูดคุยด้วย แต่ในส่วนเรื่องของคดีความ มองว่าทนายตั้ม คือคนที่เข้ามาทำงานและหากจะเข้ามาหาหรือมาพูดคุยด้วย ก็ยินดีต้อนรับ เพราะตนเห็นทนายตั้มเป็นแขกที่มาบ้านหรือลูกค้าที่มาบ้านเหมือนคนอื่นทั่ว ๆ ไป แต่ถ้าหากจะเข้ามาคุยแล้วมองตนในฐานะพยาน ก็ยืนยันว่าจะไม่ขอพูดคุยเรื่องคดีนี้อย่างเด็ดขาด และจะไม่พูดอะไรทั้งสิ้น
            สำหรับประเด็นที่มีกลุ่มคนแอบขึ้นไปบนภูเหล็กไฟอยู่บ่อยครั้ง รวมถึงครั้งล่าสุดนั้น เรื่องนี้ตนมองว่าตลอดระยะเวลา 8 เดือนที่ผ่านมา ตนทราบมาบ้างว่ามีคนมักจะแอบขึ้นไป แต่ไม่ว่าจะขึ้นไปด้วยเหตุผลอะไร หรือขึ้นไปด้วยจุดประสงค์อะไร ก็ยอมรับว่าอาจจะมีความกังวลบ้าง เพราะเกรงว่าหลักฐานจะหายไปหรือไม่ แต่ก็ไม่ขอระบุเจาะจงว่าเป็นใคร ด้วยระยะเวลาที่ผ่านมาก็มั่นใจและไว้ใจตำรวจชุดสืบสวนมาตลอดว่าจะทำดีที่สุดเพื่อครอบครัวของตน และสามารถทำให้ความจริงเปิดเผยได้ จึงลดความกังวลลงได้บ้าง
           ส่วนการสร้างทฤษฎีต่าง ๆ ว่าน้องชมพู่ขึ้นไปบนภูเหล็กไฟได้ด้วยตัวเองหรือไม่ได้นั้น ตนไม่กังวลอะไร เพราะเชื่อว่าทั้งระยะทาง ระยะเวลา เส้นผมที่ถูกตัดและเสื้อผ้าที่ถูกถอดรวมถึงวันที่ 11 พฤษภาคม 2563 ที่น้องชมพู่ยังไม่ได้กินอะไรเลย ไม่มีทางที่ลูกจะไปเองได้ และไม่มีความสามารถอย่างแน่นอนที่จะตัดผมได้ด้วยตัวเอง
          แม่ยังมีความหวังว่าจะต้องจับคนร้ายให้ได้ ไม่ว่าจะช้าหรือเร็ว จะลือว่าจะจับวันนี้ พรุ่งนี้ หรือที่ผ่านมาก็ลือมาตลอด แต่ก็ยังมีความหวังเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะรู้ว่าตำรวจทำงานอยู่ เชื่อและบอกกับตัวเองเสมอว่าไม่ต้องตื่นเต้น อย่าใจจดใจจ่อมาก ให้อยู่ในความพอดี ส่วนสภาพจิตใจตอนนี้หลังจากผ่านกระแสโซเชียลมาหนักมากแล้ว ก็รับมือได้ ไม่กลัวแล้ว รวมถึงการขายเสื้อผ้า ทำให้ตนมีรายได้ และทำให้สภาพจิตใจตนดีขึ้น
            นอกจากนี้เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมามีตำรวจเข้ามาสอบปากคำที่บ้านนั้น แม่ของน้องชมพู่ระบุว่า เป็นเรื่องปกติที่ตำรวจจะเข้ามาสอบปากคำเพิ่มเติม เพราะมาบ่อยนับครั้งไม่ถ้วน แต่ไม่ได้เป็นข่าว ส่วนรายละเอียดก็สอบถามเรื่องราวเพิ่มเติม โดยหากมีการออกหมายจับคนร้ายจริง หลังจากนี้ตนก็จะปล่อยให้เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย “ใครทำอะไรไว้ ก็ต้องได้รับผลกรรม”