มอบตัวยกครัว ขบวนการโกง “เราเที่ยวด้วยกัน”

          จากกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบดำเนินการตรวจสอบเอาผิดโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร ที่มีพฤติกรรมทุจริตฉ้อโกงเงินของรัฐจากโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” ซึ่งเป็นโครงการที่ภาครัฐที่จัดทำขึ้นมาเพื่อกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงไวรัสโควิด-19 จนนำไปสู่ปฏิบัติการกระจายกำลังเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 55 จุด ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ และ จ.ภูเก็ต ก่อนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดดังกล่าวได้เป็นจำนวนมาก ตามที่ได้เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น
            ความคืบหน้าคดีดังกล่าว เมื่อวันที่ 29 ม.ค.64 ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบยังคงขยายผลติดตามจับกุมผู้กระทำผิดที่เหลืออย่างต่อเนื่องนั้น เมื่อกลางดึกคืนวันที่ 28 ม.ค. ที่ผ่านมา ได้มี น.ส.มลทิชา สามปลื้ม อายุ 30 ปี นายโยธิน สง่างาม อายุ 27 ปี และนางกมลวรรณ ชนะพาล อายุ 52 ปี ผู้ต้องตามหมายจับศาลอาญาที่ 134,139,142/2564 ลง 25 ม.ค.64 ข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกง, ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสตงตนเป็นบุคคลอื่น, ร่วมกันใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น หรือประชาชน เพื่อประโยชน์ในการชำระค่าสินค้า ค่าบริการหรือหนี้อื่นแทนการชำระด้วยเงินสด หรือเบิกถอนเงินสด และร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ” จากคดีดังกล่าว ติดต่อขอมอบตัว
            ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับผู้ต้องหาทั้ง 3 คนนี้ ถือเป็น 3 ผู้ต้องหาคนสำคัญที่ทางเจ้าหน้าที่ต้องการตัวเป็นอย่างมาก และจัดอยู่ในกลุ่มที่ทางเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.ป. ที่รับผิดชอบปฏิบัติการในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือรวบรวมพยานหลักฐานออกหมายจับ 41 ราย โดยก่อนหน้านี้สามารถติดตามจับกุมตัวผู้ต้องหากลุ่มดังกล่าวมาได้แล้วจำนวน 38 ราย คงเหลือเพียงแค่ผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้ที่ยังคงหลบหนี กระทั่งต่อมาไม่สามารถทนรับแรงกดดันจากทางเจ้าหน้าที่ได้จึงยอมติดต่อเข้ามอบตัว
            ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่าผู้ต้องหาทั้ง 3 รายนี้มีความเชื่อมโยงถึงกันเนื่องจากใช้ชีวิตอยู่ร่วมครอบครัวเดียวกัน โดยนายโยธิน กับ น.ส.มลทิชา เป็นสามีภรรยา ส่วนนางกมลวรรณ เป็นแม่ของ น.ส.มลทิชาก่อนจะมีการแบ่งหน้าที่กันทำเป็นขบวนการ โดย น.ส.มลทิชา จะทำหน้าที่เป็นผู้สวมสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ส่วนนายโยธินจะทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลแอปพลิเคชันถุงเงินของร้านค้าที่ร่วมมือกับขบวนการดังกล่าว ขณะที่นางกมลวรรณจะคอยทำหน้าที่เป็นผู้รวบรวมสิทธิโครงการเราเที่ยวด้วยกันและรับจ้างเปิดบัญชีธนาคาร เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหาก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป