นำตัวคนฆ่าน้องบ๊อบบี้ทำแผนเกือบฮือประชาทัณฑ์ตามสูตร ชาวบ้านตะโกนต้องประหารสถานเดียว

            วันที่ 23 มกราคม 64 ตำรวจคุมตัวนายสินชัย เกษตรโสภาพันธ์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาสังหารน้องบ๊อบบี้ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ป่ากล้วยจุดพบศพ โดยเป็นจุดที่ผู้ต้องหารับสารภาพว่าชักชวนน้องบ๊อบบี้มาเล่นหนังสติ๊กยิงนกด้วยกันก่อนจะโกรธจนลงมือทำร้ายน้อง
          อีกจุดเป็นบริเวณกระท่อมหรือศาลาเพิงพักข้างทุ่งนา ระยะห่างจากจุดเกิดเหตุเพียง 50 เมตร ตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปชี้ โดยจุดนี้เป็นจุดที่ผู้ต้องหาหยิบ 1 ในท่อนไม้ที่วางกองรวมกัน รวมทั้งจอบที่วางพิงอยู่กับกระท่อม ก่อนนำไปกระหน่ำตีที่ร่างน้องบ๊อบบี้ ทั้งนี้การทำแผนใช้เวลา 20 นาที ตลอดระยะเวลานั้นมีชาวบ้านทั้งหมู่ 9 ซึ่งเป็นบ้านเกิดของน้องบ๊อบบี้ รวมไปถึงหมู่ 12 ที่เป็นจุดเกิดเหตุและชาวบ้านละแวกใกล้เคียงต่างมารอดูการทำแผนครั้งนี้ด้วยโดยเฉพาะพ่อแม่และอาทั้งสองคนของน้องบ๊อบบี้ก็มาดูด้วยอยู่ด้วย ตำรวจจึงต้องวางกำลังอารักขากว่า 50 นาย และให้ผู้ต้องหาใส่เสื้อเกราะรวมถึงหมวกกันน็อคตลอดการทำแผนเนื่องจากเกรงจะเกิดการรวมประชาทัณฑ์
            ภายหลังการชี้จุดแล้วเสร็จขณะที่ตำรวจกำลังเตรียมคุมตัวผู้ต้องหากลับไปขึ้นรถ พ่อของน้องบ๊อบบี้ซึ่งยืนดูอยู่รีบวิ่งปรี่ข้ามทุ่งนาเข้าไปอย่างเร็วเพื่อเตรียมจะเข้าไปชกผู้ต้องหาแต่ตำรวจรีบนำตัวผู้ต้องหาขึ้นรถออกไปได้ทันอย่างฉิวเฉียด
          ขณะที่อีกด้านก็มีตำรวจและชาวบ้านพยายามเข้าไปห้ามปรามพร้อมบอกให้พ่อของน้องบ๊อบบี้ใจเย็นๆ โดยพ่อตะโกนอยู่ตลอดเวลาว่าให้ปล่อยตัวเอง
           ส่วนแม่ของน้องบ๊อบบี้ซึ่งยืนดูเหตุการณ์ทุกอย่างอยู่รับไม่ได้กับสิ่งที่เห็นว่าลูกโดนกระทำอย่างไรบ้าง ถึงกับล้มเป็นลมลงไปกับพื้น โดยมีอาสาสมัครมาคอยปฐมพยาบาลและนำตัวออกไปจากพื้นที่

          ทั้งนี้เดิมทีตำรวจตั้งใจจะคุมตัวผู้ต้องหาไปชี้จุดสองจุดจุดแรกจะเป็นจุดพบศพและจุดใกล้เคียง กลับจุดที่ 2 เป็นบ้านของน้องบ๊อบบี้ผู้ตาย แต่เมื่อเห็นเหตุการณ์ชุลมุนที่เกิดขึ้นทำให้เปลี่ยนใจชี้จุดเพียงจุดเดียวก่อนรีบนำตัวส่งสอบปากคำต่อที่สภ.เวียงเชียงรุ้งต่อไป
        ขณะที่พ่อหลวงเกตุ หรือ นายณัฏฐพล นัยติ๊บ เจ้าของที่จุดเกิดเหตุและเป็นเจ้าของท่อนไม้รวมทั้งจอบขุดดิน ทำให้ตกเป็นหนึ่งในผู้ต้องสงสัยในคราวแรก ก็มายืนดูเหตุการณ์อยู่ด้วย โดยเจ้าตัวบอกว่า ดีใจที่สามารถจับคนร้ายตัวจริงได้เหมือนตนเองพ้นมลทิน แต่อยากให้กรณีนี้เป็นกรณีศึกษาให้หน่วยงานหรือผู้ใหญ่ที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองของเด็กๆ ในพื้นที่หมู่ 9 ให้ดูแลลูกหลานให้ดีอย่าให้ข้ามมาเล่นในพื้นที่หมู่ 12 เพราะไกล เเละเกรงว่าจะเกิดปัญหาตามหลังอย่างกรณีนี้
           ขณะที่ชาวบ้านที่ไปมุงดูเหตุการณ์ต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่ารับไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถึงแม้เรื่องราวจะไม่ได้เกิดกับลูกหลานของตนเอง เเต่ก็มองว่าเด็กอายุยังน้อย ไม่ควรมาถูกฆ่าเช่นนี้ พร้อมถามทำไมใจร้ายได้ขนาดนี้ พร้อมมีความเห็นว่าให้ต้องโทษประหารสถานเดียว