โฆษก ตร .เผยอยู่ระหว่างสืบสวนเอาผิดเจ้าของบ่อนภาคตะวันออก

           วันที่ 15 มกราคม 64 พล.ต.ต.ยิ่งยศ เทพจำนงค์ โฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีตำรวจกองปราบปรามทลายบ่อนพนันเสือมังกรย่านบางบัวทอง จับกุมนักพนัน 40 คน ว่า การจะโยกย้ายตำรวจต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าการจับกุมเป็นความร่วมมือกันระหว่างกองปราบปรามกับตำรวจพื้นที่หรือไม่ เพราะการลักลอบเล่นการพนัน ถ้าตำรวจพื้นที่ มีการสืบสวนก่อนเกิดเหตุ และร่วมกับหน่วยงานอื่นจนสามารถจับกุมได้ก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่หากมีการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วพบว่าระหว่างการจับกุมไม่ได้ร่วมจับกุมด้วย และมีส่วนสนับสนุนให้มีการละเล่น หรือมีส่วนได้เสีย ก็เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติต้องดำเนินการตามที่เคยดำเนินการอยู่แล้ว โดยต้องรอผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 อีกครั้ง
          พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ทางพล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร.ได้พูดตั้งแต่วันแรกที่ได้รับตำแหน่งว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ ยิ่งเป็นห้วงที่อยู่ในช่วงโควิด-19 เป็นการส่งผลกระทบสร้างความเสียหายต่อสังคม คงเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาดำเนินการอย่างเด็ดขาด กรณีนี้จะต้องรอการตรวจสอบข้อเท็จจริงของบช.ภ.1 หรือจเรตำรวจแห่งชาติที่ลงไปดูแล คาดว่า 1-2 วันนี้คงทราบว่าใครต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบบ้าง
        เมื่อถามถึงกรณีบ่อนในภาคตะวันออก ทางโฆษก ตร. กล่าวว่า การรวบรวมพยานหลักฐานทุกอย่างเกี่ยวกับเบื้องหลังคนที่สนับสนุน ตัวการใหญ่ ต้องมีอยู่แล้ว เมื่อวานนี้ทาง ผบ.ตร. ได้เรียกพล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และรักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 มาคุยเกี่ยวกับความคืบหน้าว่าได้ดำเนินการไปถึงไหน ซึ่งมีความคืบหน้าพอสมควรที่จะไปถึงตัวผู้อยู่เบื้องหลังตัวจริง ทั้งนี้เราไม่ได้ละเลย ไม่ใช่เพียงแต่เรียกตำรวจในพื้นที่มาช่วยราชการแล้วจบ เรากำลังดำเนินการรวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดการกับตัวจริงที่อยู่เบื้องหลัง คงไม่ง่ายที่จะทำได้โดยใช้เวลารวดเร็ว การดำเนินการจะผูกมัดใครจนนำไปสู่การเป็นผู้กระทำความผิด ต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานพอสมควร เพราะเป็นกระบวนการยุติธรรม
           พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวต่อว่า ตัวจริงที่อยู่เบื้องหลังก็คือทุกส่วนทั้งนายทุน ผู้สนับสนุน ขาใหญ่ที่ดูแลกิจการจัดการอยู่เบื้องหลัง คงเป็นทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง ทาง ผบ.ตร.ได้สั่งกำชับว่าต้องไม่ละเว้นใคร ถ้าพยานหลักฐานไปถึง ซึ่งได้สืบสวนในทางลึกอยู่แล้วว่าใครมีส่วนเกี่ยวข้อง สืบสวนแล้วก็ต้องสอบสวนเชื่อมโยงพยานหลักฐานทั้งการเงิน การโอนถ่ายทรัพย์สิน ทั้งนี้ทางรัฐบาลก็ได้ตั้งคณะกรรมการมาทำงานร่วมกับทาง ตร.ด้วย
         เมื่อถามถึงหลงจู๊สมชายที่มีการพูดถึงกันในวงกว้างได้เรียกมาตรวจสอบหรือไม่ พล.ต.ต.ยิ่งยศ กล่าวว่า ทางการสอบสวนตนยังไม่ชัดเจนว่าทางผู้บังคับบัญชาของตำรวจภูธรภาค 2 ดำเนินการสอบสวนไปถึงไหนแล้ว ทั้งนี้ถ้าหลักฐานไปถึงตัว คงต้องเชิญตัว หรือมีหมายเรียกมา ดำเนินการอย่างจริงจัง พร้อมยืนยันว่าไม่เป็นอุปสรรค เราไม่ได้ทำงานตามนโยบาย ทำงานตามพยานหลักฐานและกฎหมาย ไม่มีนโยบายมาสั่งอยู่แล้ว