ตำรวจทางหลวงอยุธยาตามสกัดจับกุมผู้ต้องหาหญิง วัย 43 ปี ขับรถสวมทะเบียน สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของรถตัวจริงที่โดนใบสั่งความเร็วนับสิบใบส่งตรงถึงบ้าน

          เมื่อวันที่ 11 ม.ค.64 พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.ส.ทล.1 กก.1 บก.ทล. พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมจับกุม น.ส.มณีวรรณ (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี ชาวจ.พิษณุโลก ผู้ต้องหาขับรถสวมทะเบียน ในข้อหา ปลอมและใช้เอกสารทางราชการปลอม โดยจับได้บริเวณ กม.39 ถนนสายเอเชีย ขาเข้า (ทล.32) ต.ตานิม อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา พร้อมของกลาง .รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อ มาสด้า รุ่นมาสด้า2 ขาว ทะเบียน 6กก-8874 กรุงเทพมหานคร

 

            การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากผู้เสียหายว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจออกใบสั่งในข้อหาขับรถเร็วเกินกว่ากำหนด บนถนนหลวงหลายพื้นที่ เช่น จ.นครสวรรค์ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยที่เจ้าตัวไม่ได้เป็นผู้ขับรถไปในสถานที่ตามวันเวลาที่ถูกออกหมายจับ คาดว่าน่าจะถูกตนร้ายสวมทะเบียนรถ ทำให้เกิดความเสียหาย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยาจึงได้ตรวจสอบจนพบว่ารถของผู้เสียถูกออกใบสั่งเพิ่มเติมอีก 7 ใบ โดยที่ผู้เสียหายไม่ได้เป็นผู้ขับขี่ จึงคาดว่ารถของผู้เสียหายน่าจะถูกสวมทะเบียนจริง ทาง พ.ต.ต.ธนศักดิ์ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เฝ้าติดตามหารถต้องสงสัย

            ต่อมาพบพบรถยนต์ของผู้ต้องหารายนี้มีหมายเลขทะเบียนตรงกับรถของผู้เสียหายขับรถผ่าน สายเอเชีย ขาเข้า (ทล.32) ต.บ้านใหม่ อ.มหาราช จ.พระนครศรีอยุธยา โดยถูก กล้องระบบ AI ตรวจจับไว้ได้ ทางตำรวจจึงได้นำกำลังสะกดรอยตามก่อนเข้าที่จะสกัดรถและขอตรวจสอบ
           จากการตรวจสอบพบว่ารถคันดังกล่าว ไม่มีเอกสารคู่มือรายการจดทะเบียนรถ และเอกสารการจดทะเบียนรถไม่ตรงกับข้อมูลกรมขนส่งทางบก นอกจากนี้ป้ายภาษีของรถคันนี้ยังไม่ตรงกับข้อมูลจริงจึงคาดว่าเป็นป้ายปลอม

            สอบสวน น.ส.มณีวรรณ ให้การสารภาพว่า ซื้อรถยนต์คันดังกล่าวมาจากกลุ่มเฟซบุ๊ก ขายรถออนไลน์ ในซื้อมาในราคา 289,000 บาท โดยใช้มาตั้งแต่ เดือน ก.ค. ปี 63 เรื่อยมา จนกระทั่งถูกจับกุม
         ขณะเดียวกันทางผู้เสียหายที่เป็นเจ้าของป้ายทะเบียนรถตัวจริงทราบข่าวว่าคนร้ายได้ถูกจับกุมแล้ว ก็ได้แสดงความขอบคุณทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงอยุธยาที่สามารถตามจับกุมคนร้ายได้ เนื่องจากเกรงว่าหากปล่อยไว้นานกลัวว่าตนร้ายจะนำป้ายทะเบียนไปก่อนเหตุที่ทำให้ตนเองได้รับความเสียหายมากกว่านี้