“ตู่ จตุพร” โร่แจ้ง ปอท.เอาผิดเกรียนคีย์บอร์ด ตัดต่อภาพอวยบิ๊กตู่-ยืนคู่สนธิ แง้มสัปดาห์หน้ามีทนายความดัง-นักการเมือง โดนร่วมด้วย

             เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 7 ม.ค.64 ที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) พร้อมทีมทนายความเดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.หญิง กรฉัตร มาตรศรี รอง สว.(สอบสวน) กก.3 บก.ปอท.เพื่อแจ้งความเอาผิดกับผู้โพสต์ข้อความเท็จและตัดต่อภาพเผยแพร่ผ่านเฟสบุ๊กรวมกว่า 200 คดี ตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ เนื่องจากข้อความอันเป็นเท็จเหล่านี้สร้างความเข้าใจผิดและความสับสนให้กับผู้คนในสังคมจนทำให้ตัวนายจตุพร ได้รับความเสียหาย
          นายจตุพร กล่าวว่า หลายเดือนที่ผ่านมา มีผู้โพสต์ข้อความหรือแสดงความคิดเห็นตามเพจเฟสบุ๊กต่างในเชิงให้ร้ายตนด้วยข้อมูลเท็จ ซึ่งที่ผ่านมาพยามอดทนและเตือนว่า พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มีโทษแรงกว่ากฎหมายหมิ่นประมาท แต่กลับกลายเป็นถูกกลุ่มคนเหล่านี้รุมโพสต์ข้อความต่อว่าด่าทอมากยิ่งขึ้น จึงต้องใช้กระบวนการทางกฎหมายดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดเหล่านี้ซึ่งมีกว่า 200 คดี ส่วนมากเป็นบัญชีส่วนตัว บางรายอาจมีมากกว่า 10 คดี มีทั้งประชาชนทั่วไป และนักเคลื่อนไหว และจะเพิ่มขึ้นในสัปดาห์หน้าอีกนับร้อยคดี อาจจะมีทั้งนักการเมือง และทนายความอีกด้วย
นายจตุพร กล่าวต่อว่า โดยหลักฐานที่นำมามอบให้กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนี้เป็นโพสต์จากผู้ใช้เฟสบุ๊กรายหนึ่งที่อ้างชื่อเพจสถาบันทิศทางไทย นำภาพตนสวมเสื้อสีเหลือง ตัดต่อข้อความระบุว่า “พล.อ.ประยุทธ์ คือรัฐบุรุษประเทศไทย และไม่เคยหนีคดีเหมือนทักษิณ ชินวัตร” ลงชื่อตนวันที่ 31 ธันวาคม 2564 ก่อนที่เพจดังกล่าวจะโพสต์เตือนว่ามีผู้อ้างชื่อเพจ นอกจากนี้ยังมีข้อความระบุว่าตนย้ายขั้วสลับข้างไปอยู่กับเผด็จการ ทหาร รวมถึงภาพตัดต่อตนยืนคู่กับนายสนธิ ลิ้มทองกุล ยืนยันว่าทั้งชีวิตนี้ตนเคยเจอนายสนธิ ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์ และใต้ถุนศาลอาญาเท่านั้น โพสต์ทั้งหมดไม่เป็นความจริง และไม่เคยคิดที่จะทรยศพี่น้องที่ต่อสู้ร่วมกันมา
            “นอกจากนี้ขอฝากประชาสัมพันธ์อีกเรื่องว่าในวันที่ 9 ม.ค. นี้ตั้งแต่เวลาเที่ยงตรงเป็นต้นไป จะทำโครงการไทยช่วยกัน ตั้งเต้นท์ทำอาหารที่ซอยรามอินทรา 40 แยก 33/1 เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 ยืนยันไม่ใช่เรื่องการเมือง แต่เป็นความรับผิดชอบของคนไทยในช่วงเวลายากลำบาก” นายจตุพร กล่าวทิ้งท้าย
           ด้านพนักงานสอบสวนเบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำพร้อมตรวจสอบพยานหลักฐานต่างๆ ก่อนประมวลรวบรวมส่งต่อให้กับผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป