ปส.ทลายเครือข่ายยานรก “กุ๊กระยอง” ยึดทรัพย์สินรถหรู ทองคำ มูลค่ารวมกว่า 35 ล้านบาท

           เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่ กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รองผบช.ปส. เจ้าหน้าที่สำนักงานป.ป.ส. กรมศุลกากร กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักรและศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย ร่วมกันแถลงผลการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดจำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 9 คน ของกลางยาบ้ารวม 7,224,000 เม็ดและตรวจยึดทรัพย์สิน 35 ล้านบาท
          พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า สำหรับคดีที่ 1 เมื่อวันที่ 31 ธ.ค.63 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส. 3 เจ้าหน้าที่ทหารและ ป.ป.ส. ร่วมกันจับกุมนายศตวรรษ แสงซอน อายุ 20 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ พร้อมของกลางยาบ้า 4 ล้านเม็ด รถกระบะยี่ห้อฟอร์ด สีดำ ทะเบียน 6 กง 8186 กรุงเทพมหานคร โทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง ได้ที่ทางหลวงชนบทหมายเลข 109 (แม่สรวย-ฝาง) บ้านแม่ตาช้าง ตำบลป่าแดด อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย หลังสืบทราบว่ากลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเครือข่ายมูเซอ จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาจากประเทศเพื่อนบ้าน มาเก็บพักไว้ในพื้นที่ตามแนวชายแดน จ.เชียงราย เพื่อลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรมกลุ่มเครือข่ายดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง จนพบรถกระบะของกลุ่มผู้ต้องหาบรรทุกลังกระดาษขนาดใหญ่จำนวนมากที่ท้ายกระบะ เจ้าหน้าที่จึงสะกดรอยเฝ้าติดตาม ติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ระหว่างกลุ่มผู้ต้องหาพยายามเกิดไหวตัวทันพยายามขับรถหลบหนี จนเสียหลักตกข้างทาง เจ้าหน้าที่จึงสามารถจับกุมนายศตวรรษคนขับรถได้พร้อมของกลาง ส่วนผู้ร่วมขบวนการที่เหลืออาศัยความมืดหลบหนีไปได้ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนนำตัวนายศตวรรษส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 บช.ปส.ดำเนินคดี
             พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวว่า ส่วนคดีที่ 2 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2บก.ปส.3 เจ้าหน้าที่ทหารและป.ป.ส. ร่วมกันจับกุมนายณัฐวุฒิ ฉิมเช้า อายุ 31 ปี ชาว จ.เชียงราย พร้อมของกลาง ยาบ้า 3 ล้านเม็ด รถกระบะโตโยต้า สีดำ ทะเบียน ผษ 9619 เชียงใหม่ โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง ได้ที่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 107 (สายแม่ริม-แม่แตง) ต.สันมหาพน อ.แม่แตง จังเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 2 ม.ค.64 ที่ผ่านมา หลังสืบทราบว่า กลุ่มผู้ค้ายาเสพติดเครือข่ายลีซอเตรียมลักลอบลำเลียงยาเสพติดจำนวนมากมาเก็บพักคอยที่หมู่บ้านลีซอ อ.แม่แตง เพื่อลักลอบลำเลียงเข้าสู่พื้นที่ตอนใน โดยใช้รถกระบะของกลางในการลำเลียง กระทั่งพบรถกระบะเป้าหมายขับในลักษณะวนกลับไปกลับมา บริเวณถนนทางหลวงสายแม่ริม-แม่แตง อย่างมีพิรุธ จึงสกัดจับรถคันดังกล่าวเพื่อตรวจสอบจนพบของกลางยาบ้า 3 ล้านเม็ดซุกซ่อนอยู่ที่ท้ายกระบะมีผ้าคลุมสีดำคลุมปิดไว้ จึงนำตัวนายณัฐวุฒิคนขับรถพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนบก.ปส.3 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย
            พล.ต.ท.ชินภัทร กล่าวอีกว่า สำหรับคดีที่ 3 เมื่อช่วงวันที่ 2-3 ม.ค. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปส.2 , ป.ป.ส.ภาค 2 , บก.ทท.1 ร่วมกันจับกุมนายอรรคเดช เสนาะ อายุ 23 ปี , นายธันวา อรุณ อายุ 22 ปี , นายสรกฤช สนธิ์ศิริ อายุ 34 ปี , น.ส.มนุษยา เยาวรัตน์ อายุ 31 ปี , นายอนุวัฒน์ สนธิ์ศิริ อายุ 37 ปี , น.ส.อัจฉรา แนมนิล อายุ 35 ปี และนายคชาภรณ์ ว่องวิโรจน์สกุล อายุ 27 ปี ของกลางยาบ้า 224,000 เม็ด , เคตามีนหนัก 1 กรัม , ยาอี 5 เม็ด , รถยนต์หรู 7 คัน , รถ จยย. 4 คัน ปืนขนาด 9 ม.ม. 1กระบอก ยึดเงินสด 3.8 ล้าน ทองรูปพรรณทองแท่งและทรัพย์สินอื่นๆรวม 67 รายการรวมมูลค่าทรัพย์สินตรวจยึด 35 ล้านบาท ได้ที่บ้านเลขที่ 229/37 หมู่ 6 ต.กร่ำ อ.แกลง จ.ระยอง ซึ่งการจับกุมดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องจากการขยายผลจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดเครือข่าย “กุ๊กระยอง” ที่สามารถจับจับกุมตัวได้ก่อนหน้านี้ ก่อนจะรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆเพื่อขยายผลเอาผิดผู้ร่วมขบวนการจนนำมาสู่การจับกุมผู้ต้องหากลุ่มนี้และยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดได้ดังกล่าว เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย , มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (เอ็กซ์ตาซี) และยาเสพติดให้โทษต่อจิตประสาทประเภทที่ 2 (เคตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย ก่อนคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวนบก.ปส.2 บช.ปส.ดำเนินคดี
           ด้าน พล.ต.ท.มนตรี กล่าวว่า แม้ในช่วงเทศกาลปีใหม่ที่ผ่านมาจะเป็นช่วงเทศกาลวันหยุดยาว แต่สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้วนั้นยังคงปฏิบัติหน้าที่ดูแลพี่น้องประชาชนเช่นเดิม อีกทั้งยังสืบทราบว่ากลุ่มขบวนการยาเสพติดหลายรายจะใช้ช่วงวันหยุดเทศกาลดังกล่าว ลักลอบขนลำเลียงยาเสพติดเข้าพื้นที่ตอนใน เพราะเข้าใจว่ากำลังเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ่จะมุ่งให้ความสนใจไปที่การดูแลประชาชนในข่วงเทศกาลดังกล่าวเป็นหลักง่ายต่อการลักลอบขนยา ทางเจ้าหน้าที่ บช.ปส. จึงจำเป็นต้องวางมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวดจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องหาและตรวจยึดของกลางจำนวนมากได้ดังกล่าว