กองปราบฯเตือนภัยแก๊งชาวต่างชาติใช้บัญชี Instagram แอบอ้าง หลอกให้โอนเงินหรือเอาข้อมูลส่วนตัว

           วันที่ 31 ธันวาคม 63 ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) สั่งการให้ กก.สสน.บก.ป. เผยแพร่ข้อความเตือนประชาชน โดยระบุว่า เนื่องจากมีประชาชนร้องเรียนเข้ามาว่ามีบัญชี Instagram ที่แอบอ้างตนเป็นบุคคลอื่น หลอกขอ ข้อมูลส่วนตัวของประชาชน อ้างว่าจะนําไปทําบัตรสมาชิกที่มีสิทธิพิเศษ ซึ่งมีประชาชนหลงเชื่อจํานวนมาก
             จากการตรวจสอบพบว่า กลุ่มมิจฉาชีพดังกล่าวน่าจะเป็นชาวต่างชาติ มีรูปแบบการหลอกขอข้อมูลเหยื่อโดยคนร้ายจะสร้าง Instagram ขึ้นมา หลังจากนั้นจะโพสต์ภาพบุคคลที่มีชื่อเสียงชาวไทยเพื่อแอบอ้าง เป็นผู้ที่มีความชื่นชอบบุคคลที่มีชื่อเสียงชาวไทยลงใน Instagram เพื่อให้ผู้เสียหายเข้ามากดติดตามหรือ คนร้ายจะทําทีไปกดติดตามผู้เสียหายเพื่อหาเหยื่อ หลังจากนั้นกลุ่มมิจฉาชีพจะติดต่อพูดคุยกับผู้เสียหาย หลอกขอข้อมูล ชื่อ- สกุล, เลขบัตรประจําตัวประชาชน, วันเดือนปีเกิด, เบอร์โทรศัพท์ของผู้เสียหาย โดยอ้างว่าจะนําไปทําบัตรสมาชิกที่มีสิทธิพิเศษ ซึ่งสามารถเข้าเยี่ยมชมสถานที่สําคัญได้ทุกที่ทุกเวลา และผู้ถือบัตรสมาชิกยังจะสามารถเดินทางไปได้ 27 ประเทศโดยไม่ต้องมีวีซ่า นอกจากนี้ยังจะให้บุคคลที่มีชื่อเสียงลงนามในบัตรดังกล่าวด้วย เมื่อมีผู้หลงเชื่อตกลงทําบัตรสมาชิก กลุ่มมิจฉาชีพจะได้ข้อมูลส่วนตัวที่สําคัญของผู้เสียหายเพื่อนําไปใช้ในทางที่ไม่ดี
             ทั้งนี้ กองบังคับการปราบปราม จึงขอฝากเตือนและประชาสัมพันธ์ประชาชน ให้ระวังการใช้สื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เนื่องจากอาจจะมีกลุ่มคนร้ายที่เเอบอ้างตนเป็นผู้ที่มีความชื่นชอบบุคคลที่มีชื่อเสียงชาวไทยทําทีไป ขอติดตามบัญชีของท่าน จากนั้นจะหลอกขอข้อมูลส่วนตัวเพื่อนําไปใช้ในทางที่ไม่ดี ซึ่งหากท่านพบพฤติการณ์ การกระทําในลักษณะดังกล่าว ขอให้ท่านตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือให้ดีเสียก่อน เพื่อจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อของกลุ่มคนร้าย
           สําหรับวิธีการสังเกตบัญชี social media ที่ต้องสงสัย มีดังนี้ 1. บัญชีต้องสงสัยจะมีการแท็กหรือถูกแท็กจากชาวต่างชาติในลักษณะท่ีไม่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาที่โพสต์ 2. บัญชี Instagram ต้องสงสัยจะโพสต์เนื้อหาเกี่ยวกับคนไทย แต่ผู้ติดตามจะเป็นชาวต่างชาติเกือบทั้งหมด 3. หากย้อนดูลักษณะการโพสต์จะพบว่ามีความไม่ต่อเนื่องของเนื้อหา เช่น โพสต์ครั้งแรกเมื่อหลายปีที่ผ่านมา ต่อมากลับมีการเริ่มโพสต์ใหม่ แต่เปลี่ยนรูปแบบของสิ่งที่โพสต์ และ 4. มักมีการใช้ภาษาไทยคล้ายกับการแปลมาจากภาษาอังกฤษและมีรูปแบบไวยากรณ์ที่ผิดหลักภาษา
           ทั้งนี้วิธีการป้องกันการโจรกรรมข้อมูลออนไลน์ มีดังนี้ 1. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวของข้อมูลในบัญชี ไม่ควรเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวมากเกินไป 2. ไม่ควรเปิดอีเมล์หรือข้อความ หากไม่แน่ใจว่าผู้ส่งเป็นใคร และ 3. หากอีเมล์หรือข้อความที่ได้รับมีการใช้ภาษาไทยคล้ายกับการแปลมาจากภาษาอังกฤษและมีรูปแบบ ไวยากรณ์ที่ผิดหลักภาษา ไม่ควรหลงเชื่อให้ข้อมูลส่วนตัวโดยเด็ดขาด