หมอเผยอาการ “ตูน บอดี้สแลม” หมอนรองกระดูกคอทับเส้นประสาท 2 ข้อ ยังไม่วิกฤต ไม่ถึงกับผ่าตัด แนะงดกิจกรรมผาดโผน ยันไม่กระทบคุณภาพเสียง

            เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 14 ธ.ค.63 ที่ ห้องประชุมมรูสุวรรณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ โรงพยาบาลพระมงกุฏ พันเอกหญิงปริยนันทน์ จารุจินดา รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระมงกุฎ พันเอกทิพชาติ บุณยรัตพันธุ์ ผู้อำนวยการกองออร์โธปิดิก โรงพยาบาลพระมงกุฎ พันโทปวีณ คชเสณี ศัลยแพทย์โรคกระดูกโรงพยาบาลพระมงกุฏ ร่วมกันแถลงความคืบหน้าอาการป่วยของนายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ “ตูน บอดี้สแลม” นักร้องชื่อดัง ที่เข้ารักษาตัวด้วยอาการกระดูกคอกดทับเส้นประสาท ทำให้แขนซ้ายมีอาการชา นิ้วมือซ้ายบังคับไม่ได้เป็นบางนิ้ว เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา
          พันเอกหญิงปริยนันทน์ กล่าวว่า เมื่อประมาณวันที่ 10 ธ.ค. ที่ผ่านมา ขณะที่นายอาทิวราห์กำลังพักผ่อนอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ได้มีอาการปวดหลังบริเวณคอ พร้อมทั้งมีอาการแขน มือและนิ้ว ข้างซ้ายชาอ่อนแรง จึงเข้าพักรักษาตัวอยู่ที่รพ.แห่งหนึ่งใน จ.ภูเก็ต โดยเป็นการรักษาตามอาการให้ยาแก้ปวดร่วมกับการนอนพักแต่อาการยังไม่ดีขึ้น ประกอบกับด้วยความที่นายอาทิวราห์เคยเป็นคนไข้เก่าของ รพ.พระมงกุฎ จึงขอย้ายกลับมารักษาตัวยัง รพ.พระมงกุฎ เมื่อช่วงบ่ายสองวันที่ 13 ธ.ค. ที่ผ่านมา เมื่อส่งตัวมาถึงทางแพทย์จึงให้นักพัก พร้อมกับทำการตรวจสแกนเอ็มอาร์ไอ เบื้องต้นพบหมอนรองกระดูกต้นคอข้อที่ 6 และ 7 กดทับเส้นประสาท ซึ่งอาการนี้นายอาทิวราห์เคยเป็นเมื่อครั้งตอนทำกิจกรรมวิ่งคนละก้าว แต่ตอนนั้นยังเป็นไม่มาก ค่าความเสื่อมกระดูกไม่ถึง 10 ซึ่งในครั้งนั้นทางทีมแพทย์ของเราก็เป็นผู้ดูแลจนหาย แต่ผลตรวจในปัจจุบันพบค่าความเสื่อมเพิ่มสูงขึ้นเป็น 20
           พันเอกหญิงปริยนันทน์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตามจากการประเมินอาการของนายอาทิวราห์ เบื้องต้น
ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเพียงแต่ต้องการพัก ลดกิจกรรมที่เกี่ยวกับการขยับต้นคอ ไม่อย่างนั้นเส้นประสาทที่ถูกกดทับก็จะไม่หายอักเสบ เพราะเส้นประสาทขณะนี้ยังมีอาการบวมอยู่ ส่วนการรักษาต้องเป็นไปทีละขั้นตอน ช่วงแรกก็จะเป็นการรักษาโดยการให้ยาลดบวม ยาแก้ปวด ควบคู่ไปกับการกายภาพบำบัดด้วยการดึงคอ ยังไม่ถึงกับต้องผ่าตัด หากอีก2 สัปดาห์อาการยังไม่ดีขึ้น อาจต้องมีการพูคคุยปรึกษากับทางผู้ป่วยในเรื่องของการพิจารณาผ่าตัด และหากถึงขั้นต้องผ่าตัดจริงผู้ป่วยอาจต้องใช้เวลาในการพักฟื้นประมาณ 2 เดือนขึ้นไป เบื้องต้นเราจึงพยายามหลักเลี่ยงการผ่าตัดหากไม่จำเป็น
            พันเอกหญิงปริยนันทน์ กล่าวต่ออีกว่า ส่วนเรื่องที่แฟนคลับเป็นห่วงเกี่ยวกับเสียงร้องจะมีผลกระทบไหม อาจจะมีบ้างเนื่องจากเป็นผลพวงจากการต้องเปลี่ยนท่วงท่าการร้อง เพื่อหลีกเลี่ยงแรงกระแทกของกระดูกคอ แต่ก็ไม่ได้กระทบโดยตรงกับเรื่องเสียง ทางแพทย์เองก็ไม่ได้ห้าม เพราะเข้าใจทุกครั้งที่ร้องเพลงผู้ป่วยเต็มที่กับคอนเสิร์ตทุกครั้งเพียงแต่อยากให้งดท่าทางผาดโผน หรือโยกคอลงบ้าง ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ก็ได้มีพูดคุยกับผู้ป่วยไปบ้างแล้ว ซึ่งตัวเขาเองก็ยอมรับได้ แต่ก็อย่างที่เราทราบดี ตูน ก็คือตูน ส่วนเรื่องหลังจากนี้จะยังสามารถทำกิจกรรมวิ่งเหมือนเคยได้หรือไม่ ยืนยันว่ายังสามารถวิ่งได้ เพียงแค่ลดกิจกรรมพาดโผน ทั้งนี้ก็ต้องขึ้นอยู่กับการรักษาตัวในข่วง 2 เดือนนี้ด้วย “คุยกับตูนทุกวัน กำลังใจดีมาก ยังคงเป็นห่วงแฟนเพลงมากกว่าตัวเอง จากการที่เคยสัญญาไว้ว่าช่วงก่อนปีใหม่จะพยายามไปเล่นให้ครบทุกคอนเสิร์ต ส่วนเรื่องความกังวล ตูนเองก็ยอมรับว่ามีบ้าง เพราะกลัวว่าจะกลับมาไม่เหมือนเดิม โดยเฉพาะเรื่องเสียงร้อง และร่างกาย แม้ว่าอาการป่วยครั้งนี้หลักๆ จะเป็นผลกระทบทางร่างกายและท่าทาง ไม่เกี่ยวกับเรื่องน้ำเสียงก็ตาม ท้ายนี้อยากฝากไปถึงแฟนเพลงที่เป็นห่วงตูนว่าขอให้มั่นใจ ไม่ต้องกังวลทางทีมแพทย์จะดูแลให้ดีที่สุดเท่าที่เทคโนโลยีในโลกนี้มี เคสแบบนี้พบเจอบ่อย ไม่ต้องห่วง ถ้าอาการตูนตอบสนองต่อการรักษาก็จะสามารถกลับมาเหมือนปกติได้

          ด้านพันโทปวีณ กล่าวว่า สำหรับอาการชาและอ่อนแรงของ มือและนิ้วมือข้างซ้าย นั้นจากการตรวจพบว่ามีอาการอ่อนแรงลงประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อพิจารณาจากภาพผลตรวจสแกนเอ็มอาร์ไอ จะพบว่าหมอนรองกระดูกต้นคอ 2 ข้อไปเบียดกดทับเส้นประสาท จนเป็นสาเหตุให้อ่อนแรงทางทีมศัลยกรรมโรคระบบประสาทและกายภาพบำบัด จึงประชุมกันก่อนมีความเห็นว่าให้ตูนอยู่พักรักษาตัวที่ รพ.ไปก่อน รอให้การอักเสบลดลง ถ้าหากในช่วง 1-2 สัปดาห์นี้การรักษาด้วยวิธีให้ยาระงับการปวด บวม และกายภาพ ตอบสนองดี การพักฟื้นร่างกายและลดการใช้คอหลังจากนั้นก็อาจจะอยู่แค่ประมาณ 2 เดือน “จริงๆ แล้วตูนมีอาการดังกล่าวนี้มานาน 4-5 ปี แต่ครั้งนี้มากกว่าครั้งก่อนๆ แถมมีอาการอ่อนแรงร่วมด้วย ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ของอาการป่วยดังกล่าวเป็นผลพวงที่เกิดจากกิจกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน ที่มีการใช้งานกระดูกต้นคอหนัก รวมไปถึงความเสื่อมของกระดูกตามอายุที่เพิ่มขึ้น ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน” พันโทปวีณ กล่าวทิ้งท้าย