รับศพวิศวกรโดนยิงต่อหน้าลูกดับ พ่อเผยถ้าเป็นเรื่องสถาบันถือว่าโหดร้ายเกินไป ด้านตำรวจพุ่งเป้าความขัดแย้งระหว่างสถาบันหลังพบภาพผู้ตายใส่เสื้อช็อปโพสท์ลงเฟซ พบคนร้ายเตรียมการอย่างดี

          วันที่ 5 ธันวาคม 63 ที่นิติเวช รพ.ศิริราช ญาติและครอบครัวของนายอาทิตย์ โฉมเนตร อายุ 27 ปีวิศวกรซึ่งถูกคนร้าย 2 คนขี่และซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ก่อนบุกเข้ามายิงปืนใส่จนเสียชีวิตในร้านบะหมี่จับกัง ริมถนนจรัญสนิทวงศ์ ต่อหน้าพ่อตาและแม่ยาย ภรรยาและลูกน้อยวัย 20 วัน เมื่อคืนที่ผ่านมา ทางญาติได้ติดต่อเข้ารับศพลูกชาย เพื่อนำไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดท่าพระในวันที่ 6 ธันวาคมนี้
         นายเจษฎาภรณ์ โฉมเนตร อายุ 42 ปี พ่อเลี้ยงของผู้ตาย กล่าวว่า เมื่อ 2-3 ปีก่อน ลูกเรียนจบมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ได้ 6 เดือนก็ไปสมัครเป็นทหารเกณฑ์ก่อนมาเป็นวิศวกร ซึ่งจะมีปัญหาในที่ทำงานหรือไม่ ลูกชายไม่เคยเล่าให้ฟังเพราะพักอาศัยกันคนละที่
           โดยระหว่างการเรียนลูกชายจัดอยู่ในกลุ่มรับรุ่น เมื่อมีรับน้องจะต้องไปร่วมทุกงาน หากเป็นเรื่องของสถาบันจริงก็คงโหดร้ายเกินไป เพราะลูกตนกำลังอยู่กับหลานที่เพิ่งคลอดไม่นาน นับว่าโชคดีที่ลูกเพิ่งส่งหลานให้ภรรยาก่อนถูกยิงเสียชีวิตทันที ส่วนกระสุนนัดแรกคาดว่ายิงเข้าที่หน้า กระสุนตุงท้ายทอย นัดที่ 2 ถูกที่แขน และตามลำตัวอีก 4 นัด คนร้ายคงมีความแค้นมากจึงทำขนาดนี้

            โดยทางตำรวจร่วมประชุมติดตามความคืบหน้าของคดี โดยมีผลการประชุมให้น้ำหนักไปทางความขัดแย้งเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา โดยแนวทางการสืบสวนพบว่า หลังผู้ตายเรียนจบมาแล้ว ก็ยังใส่เสื้อช็อปสถาบันไปโพสต์ลงเฟซบุ๊กส่วนตัวบ่อยครั้ง ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายเคยนำเรื่องไปเล่ากับแม่ว่า มีคนตามมาเฝ้าที่หน้าบ้าน 2 ครั้ง และแม่ก็บอกให้ผู้ตายระวังตัว จากนั้นผู้ตายก็หายไปจากบ้าน 2-3 วัน จนมาเกิดเหตุสลดดังกล่าว
           สำหรับพฤติการณ์ของคนร้ายนั้นเตรียมตัวมาอย่างดี โดยได้จอดจักรยานยนต์ห่างจากร้านบะหมี่เพียงไม่กี่เมตร แล้วบุกเข้าไปยิงทันทีอย่างไม่รีรอแล้วขี่หลบหนีมุ่งหน้าวงเวียนใหญ่ข้ามสะพานพระปกเกล้ามายังฝั่งพระนคร
            โดยตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนหลังไป 1 สัปดาห์เพื่อตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดี เนื่องจากเชื่อว่าคนร้ายน่าจะมาดูลาดเลาไว้หลายครั้ง โดยมีพยานสังเกตเห็นคนร้ายจอดรถจักรยานยนต์รอที่ปากซอยจรัญ 4 ก่อนถึงที่เกิดเหตุประมาณ 30 เมตร อยู่ร่วมชั่วโมง
           ต่อมาเวลา 15.00 น. ครอบครัวและเพื่อนร่วมสถาบันอุเทนถวาย เข้ามารับศพผู้ตายก่อนนำไปตั้งไว้ที่วัดท่าพระ เพื่อสวดพระอภิธรรมตามพิธีกรรมทางศาสนาในวันพรุ่งนี้ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้า โดยยายผู้ตายได้ก้มลงไปลูบศีรษะและพูดคุยร่ำลาสร้างความสะเทือนใจเป็นอย่างมาก
           ด้านเพื่อนผู้ตาย เปิดเผยว่าผู้ตายเป็นคนดี ชอบสนุกสนานเฮฮากับเพื่อน รักเพื่อนฝูง ส่วนกรณีอาจเกิดจากความขัดแย้งเรื่องสถาบันหรือไม่นั้น ไม่ขอตอบ ปล่อยให้ตำรวจสรุปผลดีกว่า