ชุมนุมหน้า SCB คึกคัก แจงเปลี่ยนที่ชุมนุมเพราะรู้ทันหวังสร้างเงื่อนไขให้เกิดรัฐประหาร จวกใช้ ม.112 จัดการพิสูจน์รัฐกลับกลอก

          วันที่ 25 พฤศจิกายน 63 ที่สำนักงานใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) นายพริษฐ์ ชิวารักษ์ หรือเพนกวิน และนายภาณุพงศ์ จาดนอก หรือไมค์ ระยอง เดินทางมาร่วมชุมนุมกับคณะราษฎรด้วย โดยนายพิริษฐ์ให้สัมภาษณ์ว่า การดำเนินคดีกับแกนนำด้วยมาตรา112 เพื่อหวังที่จะจับแกนนำ แล้วปล่อยให้การชุมนุมไม่มีแกนนำนั้น ไม่ได้ทำให้เสียรูปขบวนของการชุมนุม แต่กลับทำให้ประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมการชุมนุม เป็นการสะท้อนให้เห็นว่ายังมีระบบเก่าล้าหลัง เมื่อมีการใช้ขึ้นมาเมื่อใดก็จะสร้างความเสื่อมเสียให้กับประเทศ
          ด้านนายภาณุพงศ์ กล่าวว่า สำหรับกรณีที่เปลี่ยนสถานที่ชุมนุมนั้น เพราะเราประเมินแล้วว่า การที่ตำรวจปิดกั้นเส้นทางที่เราจะไป แสดงถึงความไม่ชอบธรรมที่เจ้าหน้าที่จะสร้างให้เกิดเงื่อนไขการทำรัฐประหาร เราจึงเลือกเปลี่ยนเส้นทางเพื่อแสดงจุดยืนว่า เรายังไม่ได้อยากปะทะกับใคร และไม่อยากสร้างเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่ทำรัฐประหาร และสิ่งสำคัญคือความปลอดภัยของมวลชน
           เราไม่ต้องการให้กระบวนการของเราเดินไปสู่เส้นชัยด้วยการเสียเลือดเนื้อ แต่จะเดินสู่เส้นชัยอย่างสง่างาม เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม วันนี้อยากให้ติดตามการชุมนุมกัน ยกแรกเป็นยกรองเชิงว่ารัฐจะมีการตอบโต้กับประชาชนอย่างไร ส่วนจะมีบิ๊กเซอร์ไพรส์หรือไม่นั้นต้องรอติดตาม
          การใช้มาตรา 112 นั้นไม่ใช่กฎหมายที่เป็นสากล เป็นการแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลกลับกลอก ที่แถลงการณ์ว่าต้องการใช้กฎหมายที่เป็นสากล แต่แกนนำกลับถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ซึ่งจะส่งผลให้มวลชนออกมาชุมนุมกันมากขึ้น เชื่อว่าวิธีจับแกนนำไปนั้นไม่ได้มีผลให้หยุดการชุมนุมได้ เพราะการชุมนุมจะยังคงมีอยู่เรื่อยๆ
            สำหรับการชุมนุมยังคงบรรยากาศคึกคัก คนลงถนนรัชดาภิเษกเพื่อร่วมชุมนุมกันอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีข่าวปลอมยุติชุมนุมหรือเปลี่ยนที่ชุมนุมก็ตาม ทั้งนี้ตำรวจได้จับกุมตัวครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ ตามหมายของ จ.อุดรธานีก็ตาม โดยการจับกุมนี้ตำรวจพาครูใหญ่ไปที่สน.มักกะสัน ก่อนจะพบว่าไปลงบันทึกจับกุมผิดที่ จึงย้ายไป สน.พญาไทแทน