ร้องกองปราบตามจับเท้าแชร์บ้านยูโร ตุ๋นระดมทุนเทรตทอง-คาสิโนออนไลน์ 300 ล้าน เผยเปิดกลุ่มเพิ่มเตรียมหาเหยื่อใหม่ ไม่หวั่นถูกจับ อ้างมีแบ็คหนุนหลัง แม้มีหมายจับติดตัว

          เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 พ.ย.63 ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายปิยวัฒน์ ดวงใส อายุ 34 ปี ประกอบธุรกิจส่วนตัว ตัวแทนผู้เสียหายที่รับมอบอำนาจจากกลุ่มคนที่ถูกหลอกลงทุนเทรดทองคำและหุ้นออนไลน์รวม 17 ราย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ต.ภานุพงษ์ จันตระกูล สว.(สอบสวน) กก.5 บก.ป. เพื่อแจ้งความเอาผิด และติดตามจับกุมตัว น.ส.ทิพวรรณ คนครอง อายุ 40 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดนครพนม ในคดีฉ้อโกงประชาชน หลังถูกหลอกให้นำเงินมาร่วมลงทุนเทรตทองคำออนไลน์ ผ่านกลุ่มแชร์บ้านยูโร โดยอ้างว่าจะได้รับเงินค่าตอบแทนค่อนข้างสูง แต่พอถึงกำหนดกลับไม่ยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ตามที่ตกลงกันไว้
         นายปิยวัฒน์ กล่าวว่า ก่อนหน้านี้มีคนแนะนำให้มาร่วมลงทุนกลุ่มแชร์บ้านยูโร ซึ่งมี น.ส.ทิพวรรณ เป็นเท้าแชร์ เปิดไว้เพื่อระดมเงินทุนไปต่อยอดธุรกิจเทรตหุ้น,ทองคำ บ่อนคาสิโน ซึ่งมีการเปิดกลุ่มทางแอพพลิเคชั่นไลน์ด้วยกันทั้งหมด 17 กลุ่ม โดยอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนสูง ประกอบกับมีการกล่าวอ้างว่ามีบริษัทเปิดสอนเทรตหุ้นตั้งอยู่ย่านดอนเมือง เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เมื่อเห็นว่าช่วงแรกได้รับเงินจริงจึงชักชวนคนรู้จักและกลุ่มเพื่อนให้มาร่วมลงทุนด้วย บางรายลงทุนตั้งแต่หลักแสนถึงล้านบาท ซึ่งเฉพาะกลุ่มของตนมียอดเงินการลงทุนจำนวนรวมเกือบ 9 ล้านบาท และหากรวมกับกลุ่มอื่นๆ ที่เหลือซึ่งมีสมาชิกรวมประมาณ 5,000 คน จะมียอดเงินหมุนเวียนในกลุ่มแชร์บ้านยูโรสูงถึง 300 ล้านบาท
           นายปิยวัฒน์ กล่าวต่อว่า กระทั่งช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาท่าทีของ น.ส.ทิพวรรณ กลับเริ่มเปลี่ยนไป และไม่ยอมจ่ายเงินค่าตอบแทนให้ตามที่ตกลงกันไว้ พอทวงถามก็ถูกไล่ออกจากกลุ่ม หากใครจะแจ้งความเอาผิดก็ไม่กลัวเพราะอ้างว่ามีนายทหารหนุนหลัง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถดำเนินคดีหรือติดตามจับกุมได้แม้จะมีหมายจับติดตัวก็ตาม อีกทั้งหลังจากที่ก่อเหตุกับพวกตนแล้ว น.ส.ทิพวรรณ ยังได้ทำการเปิดกลุ่มใหม่เพื่อเตรียมหลอกลวงเหยื่อรายใหม่อีก ด้วยเหตุนี้ผู้เสียหายที่ตกเป็นเหยื่อถูกหลอกก่อนหน้านี้จึงรวมตัวมอบอำนาจให้ตนเป็นตัวแทนมาเข้าแจ้งความและร้องขอให้ทางตำรวจกองปราบช่วยติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายเพราะเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม
            ด้านพนักงานสอบสวนเบื้องต้นได้ทำการสอบปากคำผู้ร้องไว้เพื่อนำไปประกอบการพิจารณาควบคู่พยานหลักฐานที่นำมามอบให้ ก่อนรายงานผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งการต่อไป