รวบมือปืนโหดร่วมทีมฆ่าฝรั่งนิวซีแลนด์ ขบวนการค้ายาปลอม เหตุเมียชาวไทยสั่งเก็บ

            16 พ.ย.63 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ท.เกริก เสนาะสาเนียง สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังจับกุมนายเยี่ยมวุฒิ หรือนายปกป้อง จุลพงษ์ อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดพัทยา ที่ 442/2549 ลง 22 เม.ย.2549 ข้อหา “ ร่วมกันฆ่าผู้อื่น, ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองและพกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน ทางสาธารณะ โดยไม่มีเหตุอันควร “ ได้ที่บริเวณเนินเขา ม.5 ต.ทุ่งสมอ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์
           สืบเนื่องจากเมื่อปี 2549 นายเยี่ยมวุฒิ ผู้ต้องหารายนี้ พร้อมด้วย น.ส.จินตนา วิชาชัย และนายวราวธิป กาซะวงศ์ ได้ร่วมกันก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงนายสตีเฟน จิฟเฟอร์รี่ มิลเลอร์ นักธุรกิจชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของ น.ส.จินตนา เสียชีวิตภายในซอยสนามไดรฟ์กอล์ฟ ถนนพัทยาสายสาม อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยชนวนการก่อเหตุดังกล่าวจากแนวทางสืบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ น.ส.จินตนา ได้คบหาอยู่กินฉันท์สามี-ภรรยา กับนายสตีเฟนมานาน และประกอบอาชีพแอบลักลอบผลิตยาปลอมประเภทสารสเตอรอยด์ส่งออกนอกประเทศ โดยมี น.ส.จินตนา คอยทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเหลือในการจัดส่งยาปลอมให้กับชาวต่างประเทศ และเป็นผู้เก็บรวบรวมเงินที่ได้จากการจำหน่ายยาดังกล่าว แต่ระยะหลังนายสตีเฟนเริ่มมีพฤติกรรมรุนแรงชอบใช้กำลังทำร้ายร่างกาย น.ส.จินตนา อยู่เป็นประจำ รวมถึงพูดจาข่มขู่ว่าจะยึดทรัพย์สินทั้งหมดที่เคยให้น.ส.จินตนากลับคืน ทำให้น.ส.จินตนา เกิดความไม่พอใจ และได้ขอความช่วยเหลือจากนายวราวธิป กาซะวงศ์ กิ๊กหนุ่มชาวไทย และนายเยี่ยมวุฒิ ผู้ต้องหารายนี้ซึ่งเป็นเพื่อนของนายวราวธิป ให้มาก่อเหตุดังกล่าว ทั้งนี้ภายหลังก่อเหตุเจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม น.ส.จินตนา และนายวราวธิป ได้ พร้อมกับให้การซัดทอดว่า นายเยี่ยมวุฒิ ผู้ต้องหารายนี้ที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนีเป็นผู้ลงมือก่อเหตุใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย กระทั่งต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมสืบทราบว่าปัจจุบันนายเยี่ยมวุฒิ ได้หนีมากบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ จึงนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าว
          จากการสอบสวนสวน นายเยี่ยมวุฒิ ให้การปฏิเสธ โดยอ้างว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องตามที่ถูกกล่าวหา แต่ทางเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ เบื้องต้นจึงแจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป