ยึดยาบ้าที่ตรัง ส่งผ่านขนส่งเอกชนกว่า 2 ล้านเม็ด ต้นทางกรุงเทพผ่านปริมณฑล

           วันที่ 14 พฤศจิกายน 63 ที่ จ.ตรัง ตำรวจแถลงยึดยาบ้าจำนวน 2,020,000 เม็ด ไอซ์ จำนวน 300 กรัม รวมมูลค่าทั้งสิ้นประมาณ 61,000,000 บาท
            โดยวันที่ 12 พฤศจิกายน 63 ตำรวจร่วมกันตรวจยึดยาบ้าจำนวน 1 ล้านเม็ด ที่บริเวณสวนปาล์มน้ำมัน หมู่ที่ 8 ต.บ่อน้ำร้อน อ.กันตัง จากนั้นขยายผลตรวจยึดยาบ้าได้อีก 1 ล้านเม็ด ที่บริษัทเคอรี่เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน สาขาบางเป้า หมู่ที่ 6 ต.บางเป้า อ.กันตัง
            ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้สอบสวนขยายผลจนสามารถยึดยาบ้าได้อีก 20,000 เม็ด ไอซ์ จำนวน 300 กรัม ที่ศูนย์กระจายสินค้าบริษัทขนส่งเอกชน จากการตรวจสอบบนกล่องพัสดุมีการระบุชื่อส่งถึงบุคคลจำนวน 2 ราย ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการติดตามตัว ส่วนจะมีพนักงานบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องหรือไม่นั้นอยู่ระหว่างการหาหลักฐานขยายผล
           ส่วนผลการกวาดล้างยาเสพติด ตั้งแต่เดือนมกราคม – ตุลาคม 2563 ในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 9 สามารถจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดได้ จำนวน 29,280 ราย ผู้ต้องหา 31,333 คน ของกลางที่สำคัญมีดังนี้ 1.ยาบ้าจำนวน 14,773,585 เม็ด 2.เฮโรอินจำนวน 90 กิโลกรัม 3.ยาไอซ์จำนวน 2,651 กิโลกรัม 4.กัญชาจำนวน 2,335 กิโลกรัม
           จากรายงานข่าวระบุว่ายาเสพติดดังกล่าวเป็นของเครือข่ายของบอส ทรรศวรรษ แป้นชุม พ่อค้ายาเสพติดรายใหญ่ ก่อนหน้านี้มีความเชื่อมโยงกับนายปรมินทร์ หรือโกฉิ้น โตเต็มที่ นายทุนที่ถูกดำเนินคดีในข้อหาสมคบและสนับสนุนช่วยเหลือ เมื่อปี 2561 ก่อนนายทรรศวรรษตั้งตัวขึ้นเป็นรายใหญ่ที่ทางการต้องการตัวมากที่สุดในขณะนี้ที่อยู่ระหว่างหลบหนี โดยยาบ้าจำนวนดังกล่าวได้ใช้จ.ตรังเป็นจุดพักยาและมีการจำหน่ายยาเสพติดในพื้นที่ ภาค 8 และ 9 โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง
         ยาเสพติดจำนวนนี้ ทาง ป.ป.ส.ภาค 9 ได้ทำการสืบสวนเส้นทางยาเสพติดจนไปถึงต้นทางพบว่าก่อนหน้ามีการส่งมาจากพื้นที่ รัตนาธิเบศร์ ท่าอิฐ จ.นนทบุรี และลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร โดยมีกลุ่มคนต้องสงสัยซื้อกล่อง มาบรรจุ ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิสูจน์ทราบ ส่วนบุคคลสั่งการมีการสั่งงานผ่านโซเชียล ทำให้ยากลำบากในการหาหลักฐานที่จะสาวไปถึง โดยผลการสอบสวนจะได้ประสานมาที่ตำรวจภูธรภาค 9 อีกครั้ง
           สำหรับสถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้นั้น ถ้ามีจำนวนมากส่วนใหญ่มีการส่งต่อไปที่ประเทศที่ 3 ในปีนี้มีการขยายผลตั้งเป้ายึดทรัพย์ในคดียาเสพติดไปแล้วกว่า 6 พันล้านบาท ขณะที่ขบวนการยาเสพติดมีการปรับเปลี่ยนวิธีขนส่งยาเสพติดผ่านบริษัทขนส่งเอกชนมากขึ้น เนื่องจากมีความสะดวกรวดเร็ว ประหยัดและสร้างความลำบากให้เจ้าหน้าที่