พบซากพะยูนวัยรุ่นอีกแล้ว ตัวที่ 4 ในรอบปี หนุ่มวางอวนปูส่องไฟฉายสะดุดตาคิดว่าเป็นซากศพ

            เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายน 63 นายณัฐพงษ์ ลิ้มอุจันโน นักวิชาการประมง ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามันตอนล่างมหาวิทยาลัยราชมงคลวิทยาเขตตรัง (มทร.) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ได้ลงพื้นที่ไปยังริมลำคลองบ้านปากรน บริเวณหลังวัดปากปรน ต.หาดสำราญ อ.หาดสำราญ จ.ตรัง เพื่อตรวจสอบซากพะยูนเสียชีวิต หลังได้รับแจ้งจากนายอนุวัฒน์ ตีกาสม อายุ 20 ปี ชาวประมงพื้นบ้าน
             จากการตรวจสอบซากพะยูนตัวดังกล่าว เป็นเพศเมีย อายุประมาณ 5-10 ปี คาดว่ายังไม่โตเต็มวัย ความยาวประมาณ 240 เมตร น้ำหนักประมาณ 200-250 กรัม ส่งกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งทั่วบริเวณ คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 วัน ตรวจสอบพบบริเวณโคหางมีบาดแผลจำนวน 2 แผล รอยบาดแผลยาวประมาณ 4 ซม. ลึกประมาณ 1 ซม.ส่วนบริเวณอื่นของซากไม่พบร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด
            นายอนุวัฒน์ เล่าว่า เมื่อช่วงหัวรุ่งของวัน เวลาประมาณ 04.00 น.ระหว่างที่ตนเองกำลังวางอวนอยู่กลางทะเลใกล้เกาะเหลาเหลียง ห่างจากชายทะเลหาดสำราญ อ.หาดสำราญ ประมาณ 10 กิโลเมตรบังเอิญได้ส่องไฟฉายไปเห็นสิ่งแปลกปลอมส่งกลิ่นเหม็นอยู่ในทะเล ในขณะนั้นก็ตกใจคิดว่าคงจะเป็นซากศพหรือซากมนุษย์ ประกอบกับความมืดทำให้มองเห็นไม่ชัด ก่อนที่จะแล่นเรือเข้าไปดูแต่ปรากฏว่าเมื่อเข้าไปใกล้กลับกลายเป็นซากพะยูน จึงได้นำขึ้นมาบนเรือ แล้วนำเอากลับเข้าฝั่ง และแจ้งให้เจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในเวลาต่อมา
            จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบเพียงบาดแผลที่โคนหางเท่านั้น ส่วนบริเวณอื่นไม่พบร่องรอยของการถูกทำร้าย และในสาเหตุการเสียชีวิตขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้ หลังจากนี้จะนำซากไปผ่าชันสูตรที่มหาวิทยาลัยราชมงคลวิทยาเขตตรัง เพื่อหาสาเหตุการตายที่แน่ชัด รวมทั้งผ่าท้องเพื่อตรวจสอบอวัยวะภายใน
            ทั้งนี้พะยูนตัวดังกล่าวได้เสียชีวิตเป็นตัวที่ 4 ในท้องทะเลตรัง ภายในปี 2563 และเป็นตัวที่ 10 ในท้องทะเลอันดามันตอนล่าง ได้แก่ สตูล ตรัง และกระบี่ โดยประชากรพะยูนเหลืออยู่ประมาณ 170-200 ตัวในทะเลอันดามตอนล่าง