ผู้รอดชีวิตเผย คนขับรถบัสไม่เบรก แม้เสียงระฆัง-หวูดรถไฟ ดังเตือน ปมเหตุโศกนาฏกรรมม้าเหล็กขยี้บัสคณะทัวร์บุญ ด้านตำรวจชี้เป็นจุดลักผ่าน คนขับรถบัสมีความผิด

            วันที่ 11 ตุลาคม ผู้โดยสารรถบัสกฐินที่โดนรถไฟชนเล่าว่า ตนนั่งอยู่ฝั่งซ้ายของรถ ตอนนั้นบรรยากาศในรถคึกคักมากเปิดเพลงเสียงดัง น้อง ๆ ก็เต้นกันอยู่หลังรถ ตนได้ยินเสียงระฆังรถไฟดัง ก็สงสัยว่าทำไมคนขับรถบัสถึงไม่เบรก แต่เวลาเกิดขึ้นไม่ถึงนาที รวดเร็วมาก ได้ยินเสียงปังดังลั่น แล้วก็ไม่รู้สึกอะไรเลย
              มารู้ตัวอีกทีคือตัวมุดอยู่ใต้เบาะ มองไปรอบ ๆ มีแต่คนเสียชีวิต ก็เลยมุดตัวเองออกมา เจอหน้าที่รู้จัก นอนเหมือนลิ้นจุกปากอยู่ ตอนแรกคิดว่ายังไม่สิ้นใจ เลยบอกให้น้องอดทนแล้วก็เอาน้ำหยดใส่ปากน้อง ขณะที่สามีของน้องก็นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ เพราะว่าเราทำบุญกันทุกปี อีกแค่ 3 กิโลเมตรก็จะถึงวัดแล้ว แต่เพื่อนร่วมงานของตนต้องมาเสียชีวิตเสียก่อน
              ด้าน พล.ต.ต.ชาคริต สวัสดี ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดฉะเชิงเทรา เปิดเผยหลังการสอบปากคำพยานในที่เกิดเหตุ รวมทั้งสิ้น 18 ปาก แบ่งเป็นผู้ไม่บาดเจ็บ 12 ปาก ผู้บาดเจ็บ 6 ปาก จากการสอบปากคำพนักงานขับรถไฟยืนยันว่าขณะเกิดเหตุมีฝนตกโปรยปรายลงมา ทัศนวิสัยในการมองเห็น อยู่ที่ 300-400 เมตร ขณะเกิดเหตุรถไฟแล่นด้วยความเร็วประมาณ 70 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มี 60 ตู้ น้ำหนักประมาณ 2,000 ตัน
             เมื่อถึงจุดเกิดเหตุเห็นรถบัสแล่นขึ้นเนินมา จึงเบรกเบื้องต้นและกดหวูดให้สัญญาณ เพื่อไม่ให้ขับขึ้นมา แต่รถบัสยังขับต่อจึงต้องเบรกฉุกเฉินอีกครั้ง แต่จากน้ำหนักของรถและแรงเฉื่อย ยังทำให้รถแล่นต่อก่อนชนกับรถบัส
             ทั้งนี้จุดเกิดเหตุไม่มีเครื่องกั้นและไม่มีพนักงานรถไฟ เพราะเป็นทางลักผ่าน ซึ่งผู้ขับขี่ต้องระวังมากกว่าปกติ ตามกฎหมายนั้นจะคุ้มครองรถไฟในส่วนนี้ และจากวงจรปิดเห็นได้ชัดเจนว่า รถบัสตัดหน้ารถไฟในระยะกระชั้นชิด คนขับรถบัสจึงมีความผิดอย่างแน่นอน ส่วนพนักงานขับรถไฟ ต้องสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานอีกครั้งว่าเกิดจากความประมาทด้วยหรือไม่
              สำหรับผู้เสียชีวิต ตัวเลขยืนยันที่ 18 ศพ จำนวนนี้ยืนยันจากสภาพศพที่ชัดเจน 16 ศพ และอีก 2 ชิ้นส่วนร่างกาย ยังไม่ยืนยันว่าเป็นบุคคลเดียวกันหรือไม่ ส่วนผู้บาดเจ็บมีทั้งหมด 35 คน และรอดชีวิต 12 คน