สาวใหญ่แดนมังกรโร่แจ้งความถูกเพื่อนบ้านขู่ฆ่าปมจอดรถหน้าบ้าน

             วันที่ 5 ตุลาคม นางหยาง ไห่หนี อายุ 54 ปี สัญชาติจีน เข้าพบตำรวจสน.ศาลาแดงเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน กรณีถูกเพื่อนบ้านพูดข่มขู่จะทำร้ายและฆ่า หลังจากมีปัญหาทะเลาะกันเรื่องที่จอดรถ เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (4 ต.ค.63)
               นางหยางเปิดเผยว่า ตนทำธุรกิจนำเข้าและส่งออกเสื้อผ้าเด็กระหว่างประเทศไทยและจีน และมาอยู่ที่เมืองไทยมากว่า 10 ปี โดยมาซื้อบ้านอยู่ที่หมู่บ้านเดียวกับคู่กรณี ซึ่งประกอบอาชีพเกี่ยวกับเรื่องตรวจสอบบัญชี โดยตนเคยมีปัญหากับอีกฝ่ายเรื่องการจอดรถมาครั้งหนึ่งเมื่อตอนที่เข้ามาอยู่ใหม่ เพราะมีรถบรรทุกนำทรายมาลงที่บ้านเพื่อใช้ในการก่อสร้างต่อเติมบ้าน ก็ถูกคู่กรณีเข้ามาต่อว่าเรื่องไม่ให้จอดรถ แต่ครั้งนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาหนักหนาอะไร และตนก็ไม่ได้พูดคุยด้วยมาเกือบ 10 ปี
          จนมาเมื่อ 4-5 เดือน ทางภรรยาคู่กรณีก็มาพูดด้วยและก็กลับมาดีกัน จนเมื่อวานนี้ ตนพาลูกค้ามาแวะเอาของที่บ้าน แต่ว่ามีรถเพื่อนบ้านมาจอดตรงที่ตัวเองจอดประจำจึงได้ขับรถไปจอดฝั่งตรงข้ามเยื้องๆ กับหน้าบ้านคู่กรณี ก็ปรากฏว่าคู่กรณีก็เดินออกมาไล่ไม่ให้จอด ทำให้มีปากเสียงกันขึ้น ตนก็ถามว่าจะเอาอย่างไร แค่มาจอดรถเพื่อไปเอาของที่บ้านเท่านั้นก็จะออกไป ทำไมต้องมาไล่กันด้วย ทางคู่กรณีก็พูดว่าไม่ให้จอดตรงนี้ ตนจึงถามไปว่าถ้าจะจอดตรงนี้จะถึงกับต้องมาทำร้ายกันเลยหรือ คู่กรณีก็บอกว่าไม่ให้มึงจอด พร้อมขู่ว่าจะฆ่า จึงมีเพื่อนบ้านอีกคนเดินเข้ามาช่วยแยกกันตัวออกไป
             หลังเกิดเรื่องตนจึงแจ้งให้ตำรวจมาตัดสินปัญหา ว่าตัวเองมีสิทธิ์จอดรถตรงนั้นได้หรือไม่ เมื่อตำรวจมาก็ถามตนเองว่าอยู่ที่หมู่บ้านนี้หรือเปล่า ตนก็บอกว่าอยู่ แล้วก็ถามอีกว่าจ่ายค่าส่วนกลางหรือเปล่าตนเองก็ตอบว่าจ่าย ทางตำรวจที่มาก็บอกว่าตนมีสิทธิ์จอดได้เพราะเสียค่าส่วนกลางแล้ว หลังจากนั้นตนก็ขับรถไปส่งลูกค้าแถวรามอินทรา เมื่อกลับมาถึงบ้านก็รู้ข่าวว่าคู่กรณีได้มาแจ้งความ ทำให้ตนเองเกิดความกลัวว่าจะถูกทำร้าย เพราะว่าตนเองพักอยู่ที่บ้านเพียงคนเดียว ทำให้เมื่อคืนนี้นอนไม่หลับเลยทั้งคืน มาวันนี้ตนพร้อมกับเพื่อนบ้านที่ถูกแจ้งความ จึงเดินทางมาลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเช่นกัน
              เบื้องต้นตำรวจได้รับเรื่องร้องทุกข์ทั้ง 2 ฝ่าย และลงประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนั้นก็จะนัดทั้ง 2 ฝ่าย มาพูดคุยเพื่อเคลียร์ปัญหากัน แต่ถ้าพูดตกลงปัญหากันไม่ได้ ก็จะทำการสอบสวนปากคำและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป