ผู้ปกครองเด็กที่ถูกครูและพี่เลี้ยงในโรงเรียนทำร้ายร่างกายเข้าพบมูลนิธิปวีณาเพื่อขอให้ช่วยฟื้นฟูเยียวยาจิตใจ

             วันที่ 4 ตุลาคม สองผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนสารสาสน์ราชพฤกษ์เดินทางเข้าพบนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงกุลเพื่อเด็กและสตรี เพื่อขอให้ช่วยประสานเยียวยาฟื้นฟูสภาพจิตใจของลูก หลังพบคลิปลูกชั้นเนอร์สเซอรี่ ห้อง A ถูกครูเเละพี่เลี้ยงรวม 3 คน ทำร้าย ขณะที่บางคนกลับเพิกเฉยไม่ช่วยเหลือเเล้วยังหัวเราะซ้ำเติม
              โดยผู้ปกครองคนหนึ่งเผยว่าจากตรวจสอบวงจรปิดวันที่ 21-23 กันยายน และได้เห็นคลิปที่มีความรุนแรงลูกชายถูกทำร้ายร่างกาย ช่วงเช้าวันที่ 21 กันยายน ครูประจำชั้นลากน้องไปหลังห้องแล้วตีขา กระชากศีรษะ พอช่วงประมาณบ่ายโดนลากจากหน้าห้องไปท้ายห้อง พี่เลี้ยงอิงใช้ถุงดำคลุมศีรษะน้อง ซึ่งน้องพยายามหนีแล้วก็โดนชี้หน้า
ขณะที่ภาพจากกล้องวงจรปิดของช่วงบ่ายวันที่ 22 กันยายน ลูกชายเดินออกจากห้องไปแล้ว ตอนแรกตนก็เบาใจคิดว่าจะไม่เกิดอะไรแต่แล้วเมื่อดูจนจบพบว่าเวลาประมาณ 15.30 น. ลูกชายโดนคนชื่อส้มอุ้มกลับเข้ามาในห้องและครูพี่เลี้ยงอิง เดินมาชี้หน้ากระชากน้องลงกับพื้นอย่างแรงก่อนใช้ขาพาดทับบนตัวน้อง จากนั้นกดน้องนอนลงกับพื้นใช้มือลักษณะพยายามปิดปากและจมูกน้องจนน้องนิ่งไปหลายวินาที
             ขณะที่มีครูเเละพี่เลี้ยงคนอื่นๆ กลับยืนดู ส่วนเด็กคนอื่นก็วิ่งเล่นในห้อง จนถึงตอนนี้ลูกชายยังผวา ตื่นมาร้องไห้กลางดึก พร้อมโบกมือไปมา หัวอกแม่รับไม่ได้ ยืนยันจะให้ลูกออกและอยากเจอหน้าครูและพี่เลี้ยงทุกคนพร้อมถามว่าจิตใจทำด้วยอะไรเหตุใดต้องทำรุนแรงกับเด็กขนาดนี้ ขณะเดียวกันจะส่งลูกเข้าสู่กระบวนการบำบัดจิตใจ
            ด้านผู้ปกครองที่มีลูกแฝดเล่าว่าถูกครูทำร้ายในห้องเดียวกัน โดยลูกสาวทั้งสองคนถูกกระทำในลักษณะทารุณ เพราะครูและพี่เลี้ยงภายในห้องทั้งกระชากศีรษะ ใช้กำปั้นทุบบริเวณหลังและตีทั้งขาและแขน หลายครั้งที่ลูกกลับบ้านมาในสภาพตัวแดงแทบจะทั้งตัว แต่ตัวเองกลับไม่ได้เอะใจเพราะคิดว่าเกิดจากอากาศร้อน เนื่องจากทางโรงเรียนอ้างว่าไม่ได้เปิดแอร์ภายในห้องเรียน เพราะกลัวการแพร่ระบาดของโควิด-19 กระทั่งมาเจอคลิปและพฤติกรรมทั้งหมด ยอมรับหัวใจคนเป็นแม่แทบสลาย ทุกวันนี้เครียดมาก นอนร้องไห้สงสารลูก ก่อนหน้านี้ตนเคยเเท้งลูกมาครั้งหนึ่ง จึงตั้งใจเลี้ยงเเละดูเเลลูกสาวเเฝดมาก เเต่กลับมาเจอเรื่องเลวร้าย
           หลังจากนี้พวกตนเร่งฟื้นฟูสภาพจิตใจที่มีบาดเเผลของลูกน้อยทั้ง 2 คน ให้กลับมาเป็นลูกสาวที่สดใสดังเดิม เพราะทุกวันนี้ลูกสาวทั้งสองยังไม่สามารถใช้ชีวิตตามปกติ มักจะหวาดกลัวนอนละเมอร้องไห้ในตอนกลางคืนและร้องเรียกขอให้แม่ช่วยตลอดเวลา
              ขณะที่ครูแพรวเคยโทรศัพท์มาสารภาพว่าตน ตีลูกสาวทั้งสองจริงแต่อ้างว่าทำเพราะรัก และต้องการสั่งสอนเด็กดื้อ แต่ภาพจากคลิปที่ปรากฏน่าจะ ทำให้เห็นชัดเจนว่าลูกทั้งสองไม่ได้ทำอะไรผิดเพียงแค่เดินผ่านก็ถูกกำปั้นทุบกลางหลังอย่างแรงจึงอยากถามกลับว่า นี่หรือที่เรียกว่าลูกดื้อ
                ด้านนางปวีณา ระบุภายหลังพูดคุยกับผู้ปกครองทั้งสองครอบครัวว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ปกครองบางส่วนทยอยเดินทางเข้าพบเพื่อขอให้ช่วยฟื้นฟูและเยียวยาสภาพจิตใจบุตรหลานเเล้ว ซึ่งตนก็ได้ประสานไปยังผู้กำกับการสภ.ชัยพฤกษ์เพื่อสอบถามและเร่งรัดคดี นอกจากนี้ยังประสานไปยังศูนย์พึ่งได้ของโรงพยาบาลตำรวจในการรับตัวเด็กผู้เสียหายเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูสภาพจิตใจ ซึ่งจากการพูดคุยเบื้องต้นพบว่านอกจากการเยียวยาสภาพจิตใจของตัวเด็กที่ถูกกระทำแล้วยังต้องฟื้นฟูและเยียวยาสภาพจิตใจของผู้ปกครองด้วยเนื่องจากส่วนใหญ่เครียดและบอบช้ำทางจิตใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วย