เฌอเอมโต้ผู้จัดการผีผลักแฝงตัวกองประกวดไม่เป็นความจริง ยันไม่สละสิทธิ์

          วันที่ 29 กันยายน ทางเฌอเอม-ชญาธนุส ศรทัตต์ ผู้เข้าประกวด Miss Thailand Universe 2020 หลังมีดราม่า ผู้จัดการผีผลัก พี่เลี้ยงแฝงตัวเป็นทีมงานอยู่ในกองประกวด รับรู้ความลับภายในกองประกวดมาตลอด ซึ่งหลายคนจะโยงว่าเป็นเฌอเอม เนื่องจากมีการใช้เบอร์ผู้จัดการโดยเฌอเอม ผู้เข้าประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 หมายเลข MUT82 ได้ควง เคน-สิทธิชัย เร็ววิโรจน์ มาเปิดใจเป็นครั้งแรก โดยทางเคนเผยว่าตัวเองมีอาชีพเป็นผู้จัดการศิลปิน สอนเต้น สอนออกกำลังกาย ทำงานเป็นฟรีแลนซ์ ถ้าบอกเราเป็นมิจฉาชีพคิดว่าไม่ยุติธรรมกับเรา เพราะเรามีหน้าที่การงาน มีแหล่งที่มาของรายได้

 

              ตรงนี้ผลกระทบต่อน้องด้วยความรู้สึกว่า มันไม่ยุติธรรมกับเราและน้อง ทั้งหมดถูกคลื่นถาโถมมาหาเรา สุดท้ายแล้วคนที่โดนเยอะที่สุดคือน้อง อยากให้เห็นใจน้องส่วนนี้ สำหรับหน้าที่ในกองประกวด เราดูแลส่วนสปอนเซอร์ชิพ ขายงานได้ในส่วนผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม โดยไม่มีการเซ็นสัญญากับกองประกวด เราไม่รู้ขั้นตอนการประชุมมีกี่ครั้ง แต่เท่าที่เราจำได้ไปแค่ 3 ครั้ง และไม่ได้นำความลับใดๆ มาบอกน้องเลย เพราะเราทำแค่หน้าที่ดูคิวและขายงานให้น้องเท่านั้น จึงไม่ได้แจ้งกองประกวด กรณีตั้งใจปกปิดหรือไม่ถ้าปกปิดจริงๆ คงไม่ใส่เบอร์มือถือในอินสตราแกรมเฌอเอม ถ้าปกปิดจริงๆ เรื่องแถลงข่าววันนี้คงไม่เกิดขึ้นแน่นอน
            วันที่เราไปหาพี่ปุ้ย ปิยะภรณ์ แสนโกศิก ผู้อำนวยการกองประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2020 เรารู้อยู่เต็มอกว่าเราดูแลเป็นสปอนเซอร์ชิพในนั้น แล้วน้องหันซ้ายหันขวาทำงานเหนื่อยมากเริ่มไม่ไหว น้องอยากให้เรามาสนับสนุนจึงตัดสินใจเข้าหาผู้ใหญ่ หาแนวทางแก้ไข แต่เราไม่ไม่ได้รับฟีดแบ็กอะไร
           ด้านเฌอเอม เปิดเผยว่า ตอนมาประกวดตัวเองไม่มีผู้จัดการดูแล จะขอแจ้ง 4 คำที่ใช้ในวงการบันเทิง ได้แก่ โบรกเกอร์คือนายหน้าหางานเป็นชิ้นๆ, กัลยณมิตร เป็นเพื่อนพี่น้องหยิบยืมความช่วยเหลือกัน, พี่เลี้ยง อันนี้ขอโฟกัสพี่เลี้ยงนางงามที่ดูแลทุกอย่างของการประกวด และผู้จัดการคือคนที่เราตกลงให้จัดการเรื่องชีวิต หมายความว่าเขาต้องรู้ทุกอย่างของเรา จนกว่าจะยกเลิกสัญญาจ้าง
            ดังนั้นพี่เคนเป็นโบรกเกอร์เท่านั้น อาจมีความคลุมเครือบ้างเพราะบางคนรวบความหมายไปด้วยกัน ต้องขอโทษความผิดพลาดด้านการสื่อสาร ยอมรับว่าตอนแรกมีพี่เลี้ยงอีกคนแต่ยกเลิกไปเพราะเขาไม่มีประสบการณ์ ดังนั้นตัดสินใจไปต่อด้วยตัวเอง เพราะเริ่มมีแพสชั่นและชอบมันแล้ว
             กรณีประเด็นที่อาจได้ข้อมูลในกองมาตอบคำถามรอบออดิชั่น เฌอเอมยืนยันด้วยชีวิตว่าไม่เคนเห็นคีย์เวิร์ดมาก่อน และพี่เคนก็ไม่ได้บอกอะไร เราไม่ได้สนิทกันมาก จะคุยแค่เรื่องงานที่ติดต่อมาให้เท่านั้น ตลอดการเก็บตัว ตัวเองให้ความเป็นมิตรกับทุกคน มันไม่ใช่เราทำเพื่อคะแนน
            ยืนยันไม่ได้รับคำตอบหรืออะไรล่วงหน้าเลย สิทธิพิเศษมันคือการเอาเปรียบเพื่อน เราเป็นเหมือนเพื่อน เราทำพร้อมเพื่อนแล้วสิทธิพิเศษนั้นมันคืออะไร หลังจากที่ตัวเองได้พบกับพี่ปุ้ย-ปิยาภรณ์ มันก็เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว
             ช่วงนั้นเริ่มมีปัญหาด้านสุขภาพ รู้จักแค่พี่เคนคนเดียวที่มีศักยภาพเพียงคนเดียว จึงพาไปแนะนำให้รู้จักในฐานะคนที่ส่งเรา และปรึกษาว่ามันโอเคไหม เพราะผู้ใหญ่ในกองก็เหมือนพ่อแม่ของเรา ถ้ามีปัญหาเราต้องวิ่งเข้าหาพ่อแม่ วันนั้นเข้าไปโดยไม่ได้ปิดบังอะไรเลย ตอนนั้นเขารับทราบไม่พูดอะไรและให้เราไปพักผ่อนก่อน แล้วค่อยไปเจอกัน ถ้าคำตอบไม่เห็นด้วยก็อาจหาคนอื่นในกองมาช่วยสนับสนุน แต่เนื่องจากเราไม่ได้รับคำตอบ ก็คิดว่ามันโอเค
            เรื่องที่กองประกวดบอกให้เราสละสิทธิ์บอกตรงๆ ว่าตกใจ เพราะวันนั้นเราไม่ได้คุยไว้ก่อน เราพูดแค่แง่ปัญหาสุขภาพที่เราไม่อยากล้มลงไปในกอง หรือล้มต่อหน้าสื่อ เราขออย่างเดียวไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น เราอยากเดินในรอบตัดสินพร้อมกับเพื่อนอีก 29 คน เพราะว่าเราเริ่มมาพร้อมกัน
           สิ่งสำคัญมันไม่ใช่มงกุฎที่อยู่บนหัวของเอมแต่มันคือการที่เราเดินไปถึงเป้าหมายและมันแสดงคำขอบคุณต่อทุกคนที่สนับสนุน และทำให้เรามาอยู่จุดนี้ เพราะเอมเดินมาพร้อมกับความรักของคนมากมายจริงๆ ดังนั้นตอนนั้นเราพูดกับเขาเท่านี้ เพราะฉะนั้นสละสิทธิ์หรือไม่มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก มันแค่คำกับตัวเขียนแค่ไม่กี่คำ แต่ไม่อยากสละสิทธิ์ที่ชอบธรรมโดยไม่ได้ชี้แจงอะไรเลย เพราะที่ผ่านมาก็มีเรื่องที่อยากพูด และมีการฟังความข้างเดียวค่อนข้างเยอะ
            วันนี้ถ้าทุกคนได้ฟังหมดแล้ว ต้องขอบคุณกองประกวดที่อนุญาตให้เอมแถลงข่าว โดยสามารถยืนยันได้จากไลน์แชทของกองประกวด ขอให้กองเป็นผู้พิจารณาการสละสิทธิ์ของเราก็แล้วกัน
            สำหรับปัญหาสุขภาพสายตานั้น เกิดจากการใช้สายตาหนัก ทำให้เอมพิมพ์จดหมายส่ง แต่ว่าเบื้องต้นทางกองขอจดหมายพร้อมใบรับรองแพทย์ และสุดท้ายเปลี่ยนเป็นจดหมายโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ ดังนั้นเอมไม่แน่ใจว่าถ้าหลักฐานทางการแพทย์ของเอมไม่ได้รับการเปิดเผย ใบสละสิทธิ์หรือแม้แต่เหตุผลก็เป็นหลักฐานเลื่อนลอยจึงตัดสินใจไม่ส่งจดหมายไปเมื่อวานนี้
              ที่ผ่านมาตนไม่ได้รับการติดต่อจากองด้านการกับกิจกรรมอีกเลย ไม่ทราบว่าเพื่อนไปไหนหรือทำอะไรกัน แล้วเขาไม่อนุญาตให้เราเข้าไปในกอง แต่ความจริงตัวเองก็พร้อมกลับเข้ากองเพื่อร่วมกิจกรรมเสมอ ถ้าพูดได้ก็ไม่อยากขอสละสิทธิ์ด้วยตัวเอง เพราะสิทธิ์อยู่กับทั้งสองฝ่าย ฝ่ายละร้อยละ 50 คิดว่ามันเป็นความเข้าใจผิดและอยากให้ทุกอย่างคลี่คลายลง หลังจากการแถลงข่าวในวันนี้
             หลังจากเกิดข่าวความสัมพันธ์กับเพื่อนนางงามก็ไม่ได้เจออีกเลย หลายคนเป็นห่วงให้กำลังใจให้พักผ่อนเยอะๆ กรณีที่เราเป็นตัวเก็งแล้วโดนเตะตัดขา ไม่สามารถบอกได้เพราะเท่ากับเรากังขากับวิจารญาณของคณะกรรมการ ซึ่งเราให้ความเคารพกับเวทีนี้มาก เป็นที่ที่ทำให้เฌอเอมได้พูดได้แสดงทัศนคติ ไม่ว่าเพื่อนคนไหนได้มงกุฎตัวเองก็ดีใจด้วยจริงๆ แล้วรู้สึกมาตลอดว่าทุกคนสมมงกุฎและมีหลายคนที่เราเชียร์
               ตนมองว่าทุกคนมีอนาคตไม่ใช่แค่เราเล็งที่มงกุฎอันเดียว สำหรับโอกาสที่จะให้กลับมาสมัครใหม่ปีหน้านั้น ตัวเองยังไม่มั่นใจเพราะเจอเหตุการณ์นี้ไม่รู้จะไปต่อยังไง สำหรับการประกวดขอจบปีนี้และเวทีนี้ ปีที่เอมเป็นตัวของตัวเองจริงๆ เอมไม่รู้ว่าปีหน้าเอมจะแบกควาดคาดหวังหรือจะมีความรู้สึกอยากแข่งขัน ปีนี้เป็นปีแรกที่เราทำและอยากให้เป็นแค่ปีเดียว เพราะว่าเราใส่ไปหมดแล้วจริงๆ ทั้งความรู้ความสามารถภูมิปัญญาชีวิตทั้งหมด เฌอเอมกล่าว
              สุดท้ายคงต้องพุดคุยกัน ถ้ามีเรื่องให้อภัยกันได้ แม้เอมจะเป็นเด็ก แต่เอมก็เป็นฝ่ายตรงข้ามของเขากรณีนี้ เพราะฉะนั้นจะไม่เป็นฝ่ายถือสาหาความ จะเป็นฝ่ายขอโทษกองก่อนกับความเข้าในผิดที่เกิดขึ้น เหมือนกับการที่เราชกหน้าคนคนหนึ่ง ถ้าเขาชกเรากลับคือการตีกันไปมาไม่สิ้นสุด การที่เราหยุดความรุนแรงได้มันต้องมีฝ่ายหนึ่งยอมให้อภัยก่อนเสมอ กับชื่อเสียงที่สูญเสียไปนั้น ตัวเองเริ่มต้นจากการที่ไม่มีอะไรเลย
               วันพรุ่งนี้หรือต่อให้ประกวดจนจบแล้วไม่ได้ตำแหน่ง วันรุ่งขึ้นตัวเองคือคนธรรมดาแล้วมันคือชีวิตเดิมของตัวเอง ไม่เกี่ยวกับชื่อเสียง ยอมรับว่าตอนนี้มีผลกระทบต่อชีวิตส่วนตัว มีหลายคนมาเม้นท์ ด่าทอ ใช้คำพูดกระทบกระเทือนจิตใจคนรอบข้างของตัวเอง ถ้าความผิดมันอยู่ที่เอมแล้วคุณคิดว่า ไม่ถูกต้องหรืออะไรก็ตาม อยากให้ลงกับเอมเสมอ ถ้าคุณคิดว่าเราทำมันคือความรับผิดชอบที่เราต้องรับมัน แต่ไม่ใช่ลงกับคนรอบตัวที่เอมรัก เอมไม่ค่อยได้คุยกับครอบครัว เพราะส่วนหนึ่งท่านจะเครียดมาก ต้องบอกว่าเอมเป็นลูกหลง
               ตลอดเวลาที่ทำงานพ่อแม่ไม่ได้ช่วยดูแลตรงนี้ ท่านไม่เข้าในวงการบันเทิง เอมเลี้ยงตัวเองตลอด เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้เอมขอความเอง และขอให้คนรอบตัวที่ไม่รู้อะไร” เฌอเอมกล่าวทั้งน้ำตา
            พร้อมกันนี้ได้ฝากขอบคุณแฟนๆ ที่เชียร์มาตลอด อยากให้จดจำเอมในฐานะคนธรรมดาที่เคยมีโอกาสได้สร้างแรงบันดาลให้กับใครหลายคน มันไม่ใช่ว่าเราไม่พิจารณาส่ิงที่มันผ่านไปแล้ว แต่ถ้าเอมยังเดินหน้าทำอะไรต่อไปสักอย่าง ไม่ใช่ว่าเราอยากปฏิเสธอดีตหรือปัจจุบัน มันเป็นเพราะว่าส่ิงที่เราจะทำให้ทุกอย่างดีได้คือการที่เราสรรค์สร้างส่ิงใหม่ๆ เพิ่มในอนาคต แล้วเราทำส่ิงที่ดีต่อคนอื่นไปเรื่อยๆ
              แม้จะสิ้นสุดการเป็นผู้เข้าประกวด แต่ในฐานะที่เป็นบุคคลสาธารณะไปแล้ว จะขอใช้เสียงของเอมเป็นประโยชน์กับทุกคน แม้ว่าน้ำหนักของโลกทั้งใบจะลงมาบนบ่าของเอม แต่เอมจะทำต่อไปแม้มันจะทรมานและมันหายใจไม่ออก เอมอยากจะสู้แม้จะรู้ว่าไม่ได้อะไรเลย เพราะเรื่องในวันนี้เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อตัวเรามากเหลือเกิน เอมอยากจะสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่เพื่อทำประโยชน์ให้คนอื่นได้และไม่ต้องเจ็บปวดแบบนี้อีกแล้ว
                อยากขอขอบคุณกองประกวดที่ให้โอกาสแถลงข่าวในวันนี้ เพราะว่าถ้าไม่มีคำตอบจากกองคงไม่กล้าทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน เนื่องจากว่าเราไม่มีคู่สัญญา MOU ที่เซ็นอยู่กับตัว เมื่อได้รับการยืนยันถือว่ากองได้ให้โอกาสและให้ความเป็นธรรมกับเอมแล้ว ที่นี่ไม่ได้มีเฉพาะคนในกอง มีสื่อมากมาย และมีคนทั่วประเทศดูเราอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดอะไรขึ้น หลังจากวันนี้มันคือการตัดสินของคนหมู่มาก และที่สำคัญมันเป็นการตัดสินของกาลเวลาและขอการเปลี่ยนแปลงในอนาคต